แม่ฆาตกรฆ่าลูกน้อง “แจ๊ส” ปัดลากศพอำพราง แจงแค่หาคนช่วย – แม่เหยื่อแฉ เท้าขยี้หน้าสะกดวิญญาณ (คลิป)

จากกรณีนายพรชัย ดีเสือ อายุ 35 ปี คนงานล้างเครื่องจักรที่บ้านของแจ๊ส ชวนชื่น ตลกชื่อดัง ถูกนายเสฎฐวุฒิ จิรัฐยารังษี หรือ เบียร์ อายุ 36 ปี เพื่อนบ้านของแจ๊ส ฆ่าทุบหัวด้วยกระถางต้นไม้ เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 14 ก.ค. 62 บริเวณหน้าบ้านนายเสฎฐวุฒิ ซอยนิมิตรใหม่ 14 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ล่าสุด นายเสฎฐวุฒิ ได้เดินทางเข้ามอบตัว ที่ สน.มีนบุรี แล้วนั้น

นายพรชัย ดีเสือ ผู้เสียชีวิต

วันที่ 15 ก.ค. 62 นางอุลัย ดีเสือ แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. ว่า ตนได้สอบถามพยานในละแวกที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ต้องหาพยายามใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต แต่กระสุนไม่ทำงาน

นางอุลัย ดีเสือ แม่ของผู้เสียชีวิต

หลังจากนั้นจึงชกต่อยกัน จนผู้เสียชีวิตล้มลงนอนกับพื้น ก่อนใช้เท้าเหยียบที่ปากของผู้เสียชีวิต แล้วใช้กระถางต้นไม้ปล่อยใส่ศีรษะของผู้เสียชีวิต ก่อนใช้ขวดระเบิดเพลิงปาใส่รถของแจ๊ส ชวนชื่น โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที

ภาพจำลองเหตุการณ์

ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าการที่ผู้ต้องหาใช้เท้าเหยียบปากของลูกชายตน ตามความเชื่อคนโบราณ เป็นการสะกดวิญญาณ คือตั้งใจปิดปากคนตายโหง ไม่ให้พูดได้ ไม่ให้สื่อสารหรือบอกคนอื่นได้ ไม่ให้มีการจับคนร้ายได้ และตนรับไม่ได้ที่ก่อเหตุรุนแรงเกินไป อีกทั้งที่ผู้ต้องหาอ้างว่าที่ทำไปเป็นการป้องกันตัวนั้น ตนมองว่าการใช้กระถางกระแทกหน้าลูกชายตนให้เสียชีวิตเป็นการเจตนาฆ่า เพราะถ้าไม่ได้ตั้งใจฆ่า เพียงแค่ตีจนสลบก็เพียงพอแล้ว

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชนและสังคม เปิดเผยว่า อาจจะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ก่อเหตุ เกี่ยวกับมีการอำพรางซ่อนเร้นศพหรือไม่ เนื่องจากญาติของผู้ก่อเหตุร่วมกันลากผู้เสียชีวิต เคลื่อนย้ายจากบ้านที่เกิดเหตุ ไปหน้าบ้านของแจ๊ส ชวนชื่น ด้วยนั้น ซึ่งต้องการมีการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม

นายเสฎฐวุฒิ จิรัฐยารังษี ผู้ต้องหา

จากนั้นเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา นายเสฎฐวุฒิ ได้ติดต่อขอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ยอมรับว่า ตัดสินใจเข้ามอบตัว เพราะไม่อยากให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาฆ่านายพรชัย ทำไปเพราะขาดสติ เนื่องจากผู้ตายเข้ามาหาเรื่องถึงภายในบ้าน

โดยก่อนที่จะเกิดนายเสฎฐวุฒิ ได้ขับรถไปเฉียวชนกับเพื่อนของผู้ตาย ก่อนกลับเข้ามาที่บ้าน จากนั้นนายเสฎฐวุฒิจะออกไปดูอาการคู่กรณีแต่ปรากฎว่าผู้ตายมายืนดักรอที่หน้าบ้านและตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายและมีอาการมึนเมาเข้ามาหาเรื่องถึงในบ้าน นายเสฎฐวุฒิอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่า นอกจากนี้นายเสฎฐวุฒิ ยังฝากขอโทษไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต

ภรรยาของผู้ต้องหา

ภรรยาของผู้ต้องหา ระบุว่า ช่วงเกิดเหตุตนอยู่ในบ้านและได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน พบว่าสามีของตนมีเรื่องกับผู้ตาย จึงพยายามเข้าไปห้าม ตอนนั้นผู้ตายยืนอยู่บริเวณรั้วหน้าบ้าน ต่างคนต่างต่อสู้กันอยู่ ทั้งนี้ ยอมรับว่าทั้งคู่มีอาการมึนเมาจริง

ระยะห่างระหว่างบ้านจุดเกิดเหตุ และบ้านของแจ๊ส

ส่วนที่มีการอ้างว่าผู้ตายล้มลงหมดสติหน้าบ้านแล้วมีการลากศพไปทิ้งหน้าบ้านแม่ยายแจ๊สนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะตนและพวกอีก 2 คน เป็นคนช่วยยกผู้ตายไปขอความช่วยเหลือหน้าบ้านของแม่ยายแจ๊ส และพยายามตะโกนเรียกคนในบ้านตลอดเวลา ซึ่งตอนนั้นเห็นผู้หญิงและผู้ชายเดินออกมาจากบ้านแม่ยายแจ๊ส 2 คน แต่ไม่มีใครออกมาช่วย ตนก็ทำอะไรไม่ถูก และตกใจมากเช่นกัน

นางสุชานันท์ กลิ่นกล่อม แม่ของผู้ต้องหา

ด้าน นางสุชานันท์ กลิ่นกล่อม แม่ของผู้ต้องหา เปิดใจว่า ช่วงที่ผู้ตายตามมาที่บ้าน ก็ด่าทอเรื่องที่ลูกชายตนขับรถไปซื้อเหล้า แล้วไปชนรถของเพื่อนผู้ตาย จากนั้น ลูกชายจึงลงมือทำร้ายฝั่งผู้ตาย และเกิดการชุลมุล ตนกำลังนอน ได้ยินเสียงทะเลาะกันเสียงดังก็รีบวิ่งมาดู เห็นว่าผู้ตายนอนโชกเลือดอยู่ที่หน้าบ้าน ลูกชายหยิบกระถางตนไม้ปาออกมานอกบ้าน แต่ไม่ได้เอามาทุบผู้ตาย ส่วนเรื่องไม้ที่คู่กรณีบอกว่าเอามาตี ตนไม่ยืนยัน เพราะไม่เห็น ส่วนเรื่องปืน เป็นปืนบีบีกัน

ขณะนั้น ตนกลัวว่าลูกชายจะออกมาทำร้ายร่างกายผู้ตายซ้ำ จึงตั้งใจจะช่วยกันกับลูกสะใภ้ พาผู้ตายเข้าไปที่บ้านแม่ยายคุณแจ๊ส และให้บ้านหลังนั้นช่วยเรียกกู้ชีพ แต่เมื่อลากไปที่หน้าบ้านและเรียกคนให้มาช่วย ตอนนั้นมีผู้หญิง 1 คน ผู้ชาย 1 คน วิ่งออกมาที่ประตู พอเห็นผู้ตายบอกว่าไม่รู้จัก จากนั้นตนเห็นคนอยู่ในรถวิ่งหนีไป ตนจึงให้ลูกสะใภ้ช่วยโทรหามูลนิธิกู้ภัย ซึ่งตอนที่ตนลากผู้ตายมานั้น เขายังหายใจอยู่ กู้ภัยมาถึง เขาก็ยังหายใจอยู่ ไม่ได้เป็นการเคลื่อนย้ายศพ

อาวุธที่อยู่ในที่เกิดเหตุ

ส่วนเรื่องที่เด็กบ้านตนไปขโมยของที่บ้านแม่ยายแจ๊ส ยอมรับว่าจริง แต่หลานเป็นเด็กสมาธิสั้น อีกทั้งบ้านแจ๊สมีรถหลายคัน ก็เคยจอดขวางบ้านตน น้ำที่ล้างรถก็ไหลมาที่หน้าบ้านตน เรื่องใบไม้ต่าง ๆ ที่เข้ามาในบ้านตน ก็มีปัญหากันมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ในช่วงหลังไม่มีปัญหากัน

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าลูกตนทำผู้ตายจริง โดยมีลูกอายุ 4 เดือนที่ต้องดูแล ตนก็บอกลูกว่า “อย่างน้อยถ้าจำคุกตลอดชีวิต ถ้าทำความดี ยังมีโอกาสได้ออกมาเจอลูก” ลูกชายจึงเข้ามอบตัว เพราะสำนึกผิด และก่อนหน้านี้ตนเคยให้ข่าวไปว่าตนจะพาลูกเข้ามอบตัว แต่ทำไมโลกโซเชียลยังด่าตนว่า ชั่ว เลว ต่าง ๆ นานา ตนก็ขอให้เข้าใจว่าลูกชายตนยอมรับผิดแล้ว

keyboard_arrow_up