ตร.นครสวรรค์ยึดรถเด็กแว้นกว่า 1.4 พันคัน  จ่อขยายผลการเอาผิดร้านแต่งรถ-ผู้ปกครอง

วันที่ 13 ก.ค. 62 พล.ต.ต.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รอง ผบช.ภ. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ และหัวหน้าสถานีส่วนของ ภ.จว.นครสวรรค์ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเด็กแว้นหลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงเริ่มวางมาตรการโดยเริ่มทดลองใช้ในเขต สภ.เมืองนครสวรรค์, หนองปลิง, บางม่วง ก่อน ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน เม.ย. 62 เป็นต้นมา ได้ประชุมข้าราชการตำรวจ ระดับ ผกก., รอง ผกก., และ สว. ทั้งสายปฏิบัติการและสายงานสอบสวน เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหากลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และได้สั่งการให้แต่ละฝ่ายงานไปดำเนินการและได้มีการติดตามผลการปฏิบัติตลอด การดำเนินการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นให้ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงแล้วตรวจยึด และให้ออกตรวจสอบรถตามสถานบันเทิง สถานที่ที่น่ามีการนัดพบกัน และรวมตัวกันตั้งแต่ 3 – 4 คัน ขึ้นไป ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นและยึดรถ หากมีการแต่งซิ่งหรือท่อดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหากมีการตั้งด่านสกัดจับเป็นไปได้ยาก เนื่องจากถนนมีความกว้างและอาจเกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุบนท้องถนน จึงให้ทำการออกตรวจหากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตำรวจแถลงข่าว

และเนื่องจากในขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและปรามปรามการแข่งขันรถในทางและความผิดอื่น ๆ ทั้งยังเป็นนโยบายของรัฐบาล จึงได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยให้สถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครสวรรค์ ดำเนินการตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รถจักรยานยนต์ที่ยึดมา

ซึ่งล่าสุดตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ได้แถลงผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  และตามนโยบายรัฐบาล ผลการปฏิบัติได้จับกุมดำเนินคดี จำนวน 1 ราย ผู้ต้องหา 11 คน ยึดรถที่ไม่มั่นคงอาจเกิดอันตราย เสื่อมเสียสุขภาพ จำนวน 393 คัน จับกุมรถจักรยานยนต์ (ท่อไอเสียเสียงดัง) จำนวน 512 คัน

รถจักรยานยนต์ที่ยึดมา

จับกุมรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 519 คัน รวมเป็นรถยนต์ จำนวน 2 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 1,433 คัน  พร้อมเตรียมขยายผลการจับกุมไปยังร้านแต่งรถ ตลอดจนผู้สนับสนุนการกระทำผิดและผู้ปกครอง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้จะดำเนินการต่อเนื่องจนกระทั่งไม่ให้มีการแข่งขันรถในทางอีกต่อไป

 

keyboard_arrow_up