หนุ่มร้อง รพ.จ่ายเยียวยาไม่ครบ หลังพ่อฟอกไตสายเลือดหลุดเสียชีวิต คาใจหมอไล่ไปเอกชน

วันที่ 10 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายปุณณกิจ ธัญธนรัช อายุ 42 ปี เกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ห้องฟอกไต โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา จนทำให้นายประยุกต์ แซ่เยียม อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นบิดาเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 61 แต่มีการตกลงกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลในขณะนั้นว่าไม่ให้เป็นข่าว โรงพยาบาลจะรับผิดชอบทุกอย่าง ได้ตกลงเยียวยาให้เงินกับครอบครัวตน 1 ล้านบาท แต่ตนได้รับเงินเยียวยาจริงเพียง 4 แสนบาท แล้วเรื่องก็เงียบหายไม่ได้รับการติดต่อจาก ผอ.โรงพยาบาลอีกเลย ซึ่งปัจจุบัน ผอ.ท่านนี้ได้ย้ายไปเป็นโรงพยาบาลศูนย์แห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้

นายปุณณกิจ ธัญธนรัช ลูกชายผู้เสียชีวิต

นายปุณณกิจได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงเหตุการณ์ในวันนั้น พร้อมโชว์รูปภาพเสื้อผ้าพ่อของตนที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือที่ได้ถ่ายเอาไว้ในวันที่พ่อเข้ารับการฟอกไตที่โรงพยาบาล ซึ่งเต็มไปด้วยเลือด

เสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่สวมไปฟอกไต

ปกติพ่อจะไปฟอกไตประมาณสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 ชม. วันนั้นช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. โรงพยาบาลได้โทรมาแจ้งว่าพ่อเลือดออก ตนจึงได้รีบเดินทางไปโรงพยาบาล พบว่าหมอได้นำพ่อเข้าห้องไอซียูไปแล้ว ตนจึงถามหมอว่าเกิดอะไรขึ้น หมอบอกว่าฟอกไตแล้วเกิดสายหลุด ต่อมาพ่อของตนก็ได้เสียชีวิตประมาณ 2 ทุ่ม โดยที่หมอแจ้งการตายของพ่อว่าไม่ได้เกิดจากสายหลุดแต่เกิดจากโรคหัวใจ หัวใจขาดเลือด

ตนจึงได้สอบถามกับผู้ป่วยที่อยู่ในเหตุการณ์จึงทราบว่า สายหลุดเลือดพุ่งทำให้พ่อเสียเลือดมากจนเสียชีวิต แต่ไม่ทราบว่าสายหลุดได้อย่างไร ตนก็สงสัยว่าพยาบาลที่อยู่ในห้องฟอกไต ไปไหนหมดถึงช่วยไม่ทัน หลังจากพ่อตนเสียชีวิตก็ได้รับการเยียวยาเป็นเงินจำนวน 400,000 บาท แต่ในส่วนของโรงพยาบาลที่ได้ตกลงกันไว้ โรงพยาบาลจะต้องจ่ายอีก 6 แสนบาท ซึ่งตอนเกิดเหตุ ผอ. โรงพยาบาลในขณะนั้นก็ตอบตกลงรับปากว่าจะจ่าย แต่จนถึงขณะนี้ตนก็ไม่ได้รับเงินในส่วนที่เหลือ จึงได้ออกมาร้องสื่อ และอยากให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นออกมาพูดว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร อย่าคิดว่าเป็นเรื่องของบุคคลอื่นแล้วไม่อยากจะยุ่ง

นายปุณณกิจยังเล่าถึงคำพูดของแพทย์ที่ดูแลพ่อของตนว่า ผู้ป่วยไตมีสิทธิ์ตายได้ทุกเมื่อ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าถ้าไปฟอกไตที่โรงพยาบาลแล้วเสียชีวิต ฟอกไตที่บ้านดีกว่าไหม การฟอกไตมันเสี่ยงตนจึงให้พ่อไปฟอกไตที่โรงพยาบาล แล้วแพทย์ยังพูดอีกว่าถ้าอยากให้ดูแลแลดี ๆ อย่ามาโรงพยาบาลรัฐ ให้ไปโรงพยาบาลเอกชน

keyboard_arrow_up