แม่เผ่นหนี! คดีพลิก ลูก 5 ขวบถูกซ้อม ไม่ใช่พ่อเลี้ยงทำ ผัวร่ำไห้รับผิดแทนเพราะรักเมีย (คลิป)

จากกรณีที่เพจข่าวสารเมืองปราการ v2 โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับแม่และพ่อเลี้ยงทำร้ายลูกสาววัย 5 ขวบ จนบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าปูดบวม ภายในบ้านพักแคมป์คนงาน ตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวานนี้ (8 ก.ค. 62) ทราบชื่อพ่อเลี้ยงคือนายประสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี อาชีพพนักงานขับรถ แม่ของเด็กคือนางสาวคนเล็ก อายุ 23 ปี

อาการบาดเจ็บของเด็กหญิง 5 ขวบ

อาการของเด็กหญิง 5 ขวบ น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะประสาทตา อาจมีผลต่อการมองเห็น มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม จังหวัดสมุทรปราการ ช่วยพาเด็กหญิง 5 ขวบ ไปรักษาเฉพาะทางที่โรงพยาบาลเด็กราชวิถีแล้ว

นายสมปอง รัสมีทัต นายจ้างของพ่อเลี้ยงของเด็ก

นายสมปอง รัสมีทัต กำนันตำบลยางยอ นายจ้างของพ่อเลี้ยงเด็ก บอกว่า นายประสิทธิ์ และนางสาวคนเล็ก เพิ่งจะรู้จักกันไม่นานและมาอยู่กินด้วยกัน แม่ของเด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว มีอารมณ์โมโหร้าย ก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนสาสีเก่าคือพ่อของเด็กหญิงติดคุก และบอกว่าเป็นคนร้าย ถ้ามีใครทำอะไรให้ไม่พอใจก็จะทำร้ายร่างกาย เช่น บางครั้งก็ตามมาด่าสามี ทำร้ายสามี ให้ชาวบ้านเห็นอยู่บ่อยครั้ง

นางสาวนิลุบล คำลือ เพื่อนบ้าน

นางสาวนิลุบล คำลือ อายุ 23 ปี เพื่อนบ้าน บอกว่า เคยได้ยินเสียงเด็กหญิงร้องไห้เป็นประจำ แรก ๆ ก็คิดว่าเด็กอาจจะงอแงตามประสาเด็ก แต่เมื่อได้ยินบ่อยครั้ง ประกอบกับบางครั้งก็เห็นเด็กหญิงมีท่าทางแปลก ๆ บางครั้งแม่ใช้ให้เดินไปซื้อของโดยที่ไม่ให้ใส่รองเท้ากลางแดดจ้า หรือฝนตกหนัก ตนจึงเริ่มสงสัยว่าคนเป็นแม่ทำไมถึงปล่อยให้ลูกเดินไปแบบนั้น

ตนเคยเห็นเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ใส่เสื้อผ้าตัวเก่าซ้ำกันหลาย ๆ วัน จึงเรียกให้เด็กหญิงมาหา เอาเสื้อผ้าเด็กเปลี่ยนใหม่ให้ใส่กลับบ้านไป พอกลับไปไม่นาน ก็ได้ยินเสียงเด็กร้องแล้ววิ่งออกมา เอาเสื้อผ้ามาคืน เด็กบอกว่าแม่ตี ชกหน้า ซึ่งตนก็เคยได้ยินข้างบ้านบอกว่า แม่เด็กเคยเอาหัวเด็กจับโขกกับพื้น และแม่เด็กจะอ้างว่า “ลูกหนู หนูจะทำอะไรก็ได้”

นายประสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) พ่อเลี้ยง

ด้าน นายประสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พ่อเลี้ยง เปิดใจว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ก.ค. 62 ตนกลับมาจากทำงานได้ยินเสียงแฟนกำลังดุด่าและทุบตีลูกเลี้ยงอยู่ ตนก็เกรงใจเ พราะส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน ไม่สามารถพูดอะไรได้มาก พยายามที่จะเข้าไปห้าม แต่แฟนก็ยังไม่หยุด ตนเห็นสภาพเด็กตอนนั้นก็สงสารมาก เพราะปกติแล้วตนเป็นคนรักเด็ก และไม่เคยทำร้ายลูกเลี้ยงมาก่อน

เมื่อพลเมืองดีแจ้งความ และนำตัวตนกับแฟนไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ ตนตัดสินใจยอมรับผิดว่าเป็นคนลงมือทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยงด้วยตนเอง เพราะเป็นห่วงเด็ก ห่วงแฟน และเป็นห่วงความรู้สึกของครอบครัวแฟนด้วย คิดแต่ว่าหากบอกไปว่าแฟนเป็นคนทำร้ายก็คงจะมีแต่คนไม่เชื่อ และไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ หลังจากแยกกันที่สถานีตำรวจ ตนและญาติก็ไม่สามารถติดต่อแฟนได้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน ส่วนนิสัยใจคอของแม่เด็ก ยืนยันว่าปกติ ไม่ได้มีอาการทางจิตหรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

keyboard_arrow_up