ลุงเกรียงไกรจัดหนักซีพีไม่จริงใจปมทอน50สต. ฉุกสติสังคมแยกให้ออกความถูกต้องกับสงสาร (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “เกรียงไกร ไทยอ่อน” ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิป โดยระบุว่า #เซเว่น-อีเลฟเว่น #ทำไมถึงไม่ทอนเงิน พอเศษสตางค์ของมัน มันคิดกับเราละครับ #สังคมต้องช่วยกันครับ ไม่ใช่สร้างวัฒนธรรมใหม่ให้ทำแบบผิดๆ #ไปทำบุญ กับเงินทอนมันคนละเรื่อง

เกรียงไกร ไทยอ่อน ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก

ล่าสุด วันนี้ (7 ส.ค.60) นายเกรียงไกร ไทยอ่อน  เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ส.ค.60 เวลา 18.00 น. ขณะที่ได้เดินทางไปธุระที่จังหวัดชลบุรี   ซึ่งก่อนแวะเข้าที่พักได้แวะซื้อนมที่ร้านเซเว่น ตั้งอยู่ถนนข้าวหลาม ราคา 24.50 บาท จากนั้นได้เดินมาจ่ายเงินกับพนักงานเป็นธนบัตรใบละ 20 บาท 2 ใบ  พนักงานก็ทอนเงินมาให้ ตอนนั้นได้กำเงินทอนไว้  พอจะก้าวพ้นประตูร้านออกมา เห็นร้านขายข้าวเหนียวบริเวณนั้น ก็คิดจะเอาเหรียญที่เป็นเงินทอนไปซื้อ  แต่พอแบมือออกมานับ ก็พบว่าตนได้รับเงินทอนมา 15 บาท ซึ่งขาดไป 50 สตางค์

จากนั้นตนกลับไปบอกพนักงานว่าได้รับเงินทอนไม่ครบ ซึ่งพนักงานบอกว่าไม่มีเหรียญ 50 สตางค์ ตนจึงบอกไปว่าไม่มีแล้วทำไมไม่บอกลูกค้า   ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จึงได้หยิบโทรศัพท์มาไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนที่พนักงานอีกคนหยิบเหรียญ 1 บาท มาทอนให้แทนเหรียญ 50 สตางค์ แต่ตนไม่รับ เพราะต้องการจำนวนเงินทอนที่แท้จริง

นายเกรียงไกร ไทยอ่อน วิดีดอคอลให้สัมภาษณ์อมรินทร์ ทีวี

หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ก็ถูกมองเป็น 2 ประเด็น โดยบางคนก็ต่อว่าตนไม่รู้จักคำว่ายืดหยุ่น ตึงเกินไป บางคนบอกว่าให้ไปฟ้องร้องแทนการต่อว่าพนักงาน  แต่บางส่วนเห็นด้วยว่า ควรจะทอนให้ครบตามจำนวน

ซึ่งตนอยากให้สังคมเข้าใจจุดประสงค์ที่ต้องการสื่อสาร ต้องแยกแยะความถูกต้องกับความสงสาร เพราะแม้แต่ศาลเองก็ยังตัดสินไปตามความถูกต้อง แล้วค่อยมาสงสาร ด้วยการลดโทษลงเป็นระยะ ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรมอบข้ามเด็ดขาด  ซึ่งในความถูกต้องแล้ว พนักงานร้านควรแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าไม่มีเหรียญ 50 สตางค์ เพราะอย่างน้อยลูกค้าจะได้ตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ หรืออาจจะเปลี่ยนไปเลือกซื้อยี่ห้ออื่นที่ไม่มีเศษสตางค์  ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วกลไกราคาสินค้าทางผู้ค้าได้ตั้งราคามาเอง จึงเป็นหน้าที่ของผู้ค้าที่จะต้องเตรียมเหรียญสตางค์เพื่อทอนลูกค้าให้ครบ อีกทั้งเป็นสิทธิ์ของผู้บริโภคที่จะต้องได้รับเงินทอนครบถ้วนตามจำนวนจริงด้วย

ส่วนตัวตนเคยโดนทอนเงินไม่ครบ ขาดเหรียญสตางค์แบบนี้มาถึง 3 ครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ กลับกลายเป็นประเด็นร้อนทางโซเชียล ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ไม่ควรมองข้าม ดั่งสุภาษิตไทยที่บอกไว้ว่า มีสลึง พึงบรรจบ ให้ครบบาท

ข้อความที่เพจเฟซบุ๊ก CPALL ของ บ.ซีพี ชี้แจงผ่านทางสื่อออนไลน์

นอกจากนี้ นายเกรียงไกร ได้กล่าวถึงข้อความที่ทางบ.ซีพี ได้ชี้แจงไปยังสื่อออนไลน์นั้น ตนได้อ่านข้อความทั้งหมดแล้ว ซึ่งมองว่าซีพี ไม่มีความจริงใจต่อการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะมีการชี้แจงว่า หากไม่มีเหรียญสตางค์ทอนลูกค้า พนักงานมีข้อปฏิบัติคือจะทอนเหรียญบาทให้ลูกค้าอยู่แล้ว  ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะก่อนหน้านี้ที่ตนได้รับเงินทอนไม่ครบเศษสตางค์ ก็ไม่เคยได้ทอนเกิน เลยสักครั้ง

keyboard_arrow_up