พี่ ม.6 เปิดปากถีบอกรุ่นน้องจนโคม่า เพื่อแลกเลสข้อมือ รับกุเรื่องโจ๋รุม – แม่ไม่ป้อง ทำผิดให้เจอคุก (คลิป)

จากกรณีนายกันต์ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายหลังจากถูกรุ่นพี่กระทืบที่หน้าอก 3 ครั้ง เพื่อแลกกับเลสข้อมือตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่าน : เพื่อนคนเจ็บเล่านาทีล้มฟุบ รุ่นพี่เตะ 3 ครั้งแลกเลสข้อมือ ญาติแฉก๊วนโจ๋ดอดขมา ลั่นไม่อภัย)

ผู้บาดเจ็บพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

วันที่ 7 ก.ค. 62 นางสม (นามสมมติ) เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ แม่ของนายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชั้น ม.6 และนายสอง (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ชั้น ม.3 เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ 28 มิ.ย. 62 เพื่อนของลูกชายรวมถึงน้องกันต์ มานั่งเล่นเกม กินขนมกันที่บ้าน ประมาณ 10 คน จนเวลาประมาณ 22.30 น. ตนกำลังจะเข้านอน จึงบอกลูกชายว่าอย่ากินกันดึก ก่อนจะหลับไป ระหว่างนั้นไม่ได้ยินเสียงผิดปกติ จากนั้น เวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 29 มิ.ย. เสียงนาฬิกาปลุกของสามีดังขึ้น ตนจึงโทรศัพท์ไปบอกลูกว่าให้เพื่อนแยกย้ายกลับบ้าน เพราะดึกแล้ว ลูกชายตนก็ตอบว่ากำลังจะแยกย้ายแล้ว ส่วนตนก็หลับต่อ

นางสม (นามสมมติ) เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ

จนเวลาประมาณ 02.30 น. เพื่อนลูกชายชื่อตั้ม (นามสมมติ) โทรศัพท์มาบอกตนว่าถูกกระทืบ ขณะขี่รถไปซื้อน้ำแข็งกับน้องกันต์ และน้องกันต์บาดเจ็บอยู่โรงพยาบาล ตนรู้สึกตกใจมาก โทรศัพท์หาลูกชาย ทราบว่าไปถึงโรงพยาบาลแล้ว จึงรีบตามไป นายตั้มยืนยันว่าถูกชายใส่หมวกกันน็อก 4 คน ขับรถจักรยานยนต์มา 2 คัน กระทืบตัวเองและนายกันต์ระหว่างทางไปซื้อน้ำแข็ง

ภาพจำลองเหตุการณ์

จากนั้น วันที่ 1 ก.ค. 62 ตนพาลูกไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจ จึงทราบความจริงว่านายกันต์ไม่ได้ถูกคนอื่นกระทืบ แต่เป็นการเล่นกันระหว่างรุ่นพี่ ม.6 กับ รุ่นน้อง ม.3 โดยฝ่าย ม.3 จำนวน 3 คน คือนายสอง ลูกชายตน นายกันต์ และด.ช.แบงค์ (นามสมมติ) อยากได้เลสข้อมือจากกลุ่มรุ่นพี่ ม.6 จึงมีการจับคู่กัน โดยนายติวคู่กับนายตั้ม ด.ช.แบงค์คู่กับนายแคน และนายกันต์คู่กับนายโดม จากนั้นรุ่นพี่ม.6 ก็เตะที่รุ่นน้อง 3 ครั้ง เรียงตามคู่ ซึ่งบางคนเมื่อถูกเตะ นั่งพักก็ดีขึ้น ส่วนนายกันต์เป็นคู่สุดท้าย จนถูกเตะครั้งที่ 3 เจ้าตัวร้องโอดโอย ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

เลสข้อมือ

ส่วนตัวยอมรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเหตุเกิดที่บ้านของตัวเอง เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้ปกป้องลูก หากลูกผิดก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ เพราะสามีของตนเป็นตำรวจ แต่ก็ไม่ได้มีอิทธิพล รวมถึงไม่เคยใช้เส้นสายในคดี

นายตั้ม (นามสมมติ) รุ่นพี่ ม.6

ด้านนายตั้ม (นามสมมติ) รุ่นพี่ ม.6 เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ พวกตนไปนั่งกินขนมกันที่บ้านเพื่อน ประมาณ 15 คน มีกลุ่มรุ่นน้อง 3 คน คือนายกันต์ ด.ช.แบงค์ และนายสอง ลูกชายเจ้าของบ้าน ที่อยากได้เลสข้อมือของตนและเพื่อน จึงมีการตกลงกันว่าจะให้ทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าอก ก่อนที่จะเริ่มเตะทีละคู่ ให้น้องนั่งเอามือไขว้หลัง เริ่มที่คู่นายแคน จากนั้นก็คู่ตน และคู่นายโดม เมื่อเตะไปครั้งที่ 3 นายกันต์ดูหน้าซีด พวกตนจึงช่วยเอายาดมให้ และปฐมพยาบาล แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ ตนเป็นคนโกหกญาตินายกันต์รวมถึงตำรวจว่าน้องถูกชายฉกรรจ์ 4 คนกระทืบ เพราะต้องการปกป้องเพื่อน ๆ ซึ่งก็ยอมรับผิด โดยตนน่าจะถูกแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ

ทั้งนี้ ยืนยันว่าพวกตนไม่ได้รุมกระทืบนายกันต์ ส่วนนายโดมก็ไม่ได้เตะนายกันต์แรง แต่อาจจะเตะผิดจุดไปเข้าจุดสำคัญ ส่วนที่ต้องใช้การเตะดังกล่าวแลกกับเลสข้อมือ เพราะตนก็เคยขอของรุ่นพี่ และรุ่นพี่ก็ใช้วิธีการเดียวกัน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ทั้งนี้ ตนก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยอมรับผิด รวมถึงไม่เคยหตั้งแต่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ญาติของนายโดมระบุว่า หลานยอมรับผิดทุกอย่าง และไม่ได้หนีความผิด

นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล หรือ หมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม (แฟ้มภาพ)

ด้าน นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล หรือ หมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม เปิดเยว่า กรณีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ผู้ได้รับบาดเจ็บโดนเตะเข้าที่หน้าอก ซึ่งเป็นจุดสำคัญของอวัยวะในร่างกาย ทั้งปอด และหัวใจ หากโดนกระแทกแรง ๆ อาจเป็นเหตุให้ซี่โครงหักแล้วไปทิ่มปอด และหัวใจ มีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิต หากกระดูกซี่โครงหักไปทิ่มปอด ปอดก็จะรั่ว และมีเลือดคั่งในปอด การฟอกอ็อกซิเจนก็จะลดลง หายใจติดขัด จนเสียชีวิต ขณะเดียวกัน โดนเตะหน้าอก ซี่โครงหักไปทิ่มหัวใจ หรือเส้นเลือดใหญ่ ก็จะทำให้เลือดคั่งในหัวใจ เลือดก็จะเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่ได้ ผู้ได้รับบาดเจ็บก็จะช็อก ความดันต่ำ และเสียชีวิตในที่สุด รวมถึงอาจจะติดเชื้อเพราะความสกปรกของรองเท้าที่ใช้เตะได้อีกด้วย

keyboard_arrow_up