เปิดปมเด็กหนีจากสถานสงเคราะห์ ไม่ใช่ถูกรุม แต่หนีผิดลักขโมย – ชาวบ้านสงสารกลับช่วย (คลิป)

จากกรณีมีผู้โพสต์รูปชาย อายุ 18 ปี ขณะกำลังทานข้าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาว่าเด็กคนดังกล่าว เเอบหนีออกมาจากสถานสงเคราะห์ เพราะทนไม่ได้ที่ถูกรุ่นพี่ที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ด้วยกันไถเงิน หากไม่มีเงินให้ก็จะถูกทำร้ายร่างกาย โดยนั่งอยู่ที่ตีนสะพานพระราม 8 บอกว่าหากกลับเข้าไป จะถูกพ่อบ้านตีด้วยไม้ไผ่เป็นการทำโทษ ผู้โพสต์สงสารจึงให้ที่อยู่อาศัย และรับไว้ดูเเลชั่วคราว

ภาพจากโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

วันที่ 7 ก.ค. 62 นายเอบี้ จันทร์น้อย ผู้ให้ความช่วยเหลือเด็ก เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้รับอุปการะเด็กจากสถานสงเคราะห์คนหนึ่ง ชื่อน้องหนึ่ง ปัจจุบันอายุ18ปี ซึ่งเป็นการรับมาดูเเลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยตนได้ดูแล และส่งเสียให้เรียน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 ก.ค.62) น้องได้พาเด็กชายจากสถานสงเคราะห์รายหนึ่งมาหา โดยเด็กชายคนนั้นเล่าให้ฟังว่าทนอยู่ไม่ได้ ที่ถูกรุ่นพี่ในสถานสงเคราะห์คุกคามอย่างหนัก ทั้งไถเงินเเละทำร้ายร่างกาย จึงขอมาอยู่ด้วย ตนก็สงสารเด็ก แต่กลัวว่าจะมีความผิด ถ้าหากเอาเด็กมาอยู่ด้วยอย่างไม่ถูกต้อง ตนจึงบอกให้เด็กคนดังกล่าวกลับไปที่สถานสงเคราะห์ หากเรียนจบ ม.3 ค่อยมาอยู่ด้วยกัน แต่เด็กก็ไม่กล้ากลับไป เพราะกลัวจะถูกพ่อบ้านตี จึงไปนั่งอยู่ตีนสะพานพระราม 8 เเละนอนตามป้ายรถเมล์ ตนก็ทนไม่ได้ จึงรับมาอยู่ด้วย

นายเอบี้ จันทร์น้อย ผู้ให้ความช่วยเหลือเด็ก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คาดหวัง ถ้าหากเด็กคนนี้ได้กลับเข้าไป ก็อยากจะให้สถานสงเคราะห์ดูเเลเด็กให้ดีกว่านี้ รวมไปถึงใส่ใจในเรื่องสภาพจิตใจเด็ก ไม่ใช่เฉพาะเด็กคนนี้ เเต่รวมถึงเด็กคนอื่นด้วย เพราะตอนนี้มีเด็กในสถานสงเคราะห์จำนวน 5-6 คน ที่ขอมาอยู่กับตน เเต่ตนก็ยังไม่กล้ารับมาอยู่ด้วย

นายเอ เด็กในอุปการะของนายเอบี้

นายเอ อายุ 18 ปี เด็กที่นายเอบี้รับมาจากสถานสงเคราะห์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เปิดเผยว่า ตนเคยอยู่ในสถานสงเคราะห์ดังกล่าวมาก่อน พ่อบ้านจะดูเเลเด็กไม่ค่อยทั่วถึง ทำให้มีเหตุการณ์เด็กทะเลาะวิวาทและชกต่อยกันบ่อย เด็กหลายคนก็มีพฤติกรรมติดยาเสพติด พ่อบ้านที่ดูเเลก็ไม่ทราบ เพราะเขาไม่ค่อยได้ใส่ใจ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ก็ไม่เคยเข้ามาพูดคุยหรือสอบถามความรู้สึกของเด็ก ที่ผ่านมากลับกลายเป็นเด็กเองที่เข้าหาเขา ส่วนการทำร้ายร่างกายและไถเงิน ยืนยันว่ามีจริง เกิดขึ้นบ่อย และเกิดขึ้นมานานเเล้ว จึงอยากจะให้เขาดูเเลเเละสนใจเด็กให้มากกว่านี้

นายดนตรี อันอาสา พ่อบ้านที่ดูเเลเด็ก

นายดนตรี อันอาสา อายุ 58 ปี พ่อบ้านที่ดูเเลเด็ก ยอมรับว่า มีคนที่มีพฤติกรรมเกเร ชอบไถเงินเด็กรุ่นน้องจริง เเต่ตนก็ได้ดูเเลเเละกำชับเป็นพิเศษเเล้ว ส่วนการทำร้ายร่างกายกัน ก็มีบ้างตามประสาเด็กผู้ชายที่อยู่ด้วยกัน มีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง เเต่ไม่ถึงขั้นรุนเเรง ส่วนเด็กที่หนีออกไปจากสถานสงเคราะห์นั้น ไม่ได้อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด เพิ่งมาอยู่ได้ประมาณ 5 ปี มีพฤติกรรมก้าวร้าว ลักขโมย และงัดแงะบ่อยครั้ง โดยล่าสุดวันอังคารที่ผ่านมาก็หนีเรียน ไปก่อเหตุขโมยโทรศัพท์มือถือของแม่ค้าขายเสื้อผ้า จนผู้เสียหายไปแจ้งความ มีหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิด โชคดีที่คู่กรณีไม่เอาเรื่อง ก่อนที่เด็กจะมากราบขอโทษตน ซึ่งตนก็ได้สอนว่าให้กลับตัว ยืนยันว่าไม่มีการตี

ส่วนสาเหตุของการหนี ตนคิดน่าจะเกิดจากการลักขโมยแล้วกลัวความผิด สิ่งที่เป็นห่วงตอนนี้คือเกรงว่าเด็กจะไปก่อเหตุลักขโมยอีก การไปใช้ชีวิตอยู่ภายนอก ก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง กลัวจะเสียคน หากเป็นไปได้ก็อยากให้เขากลับมา

นายวิทยา บุตรเพชรัตน์ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์

นายวิทยา บุตรเพชรัตน์ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่ามีเด็กบางคนมีพฤติกรรมชอบรังเเกรุ่นน้อง ได้สั่งการให้พ่อบ้านดูเเลเเล้ว ส่วนกรณีของเด็กที่เคยอยู่ในสถานสงเคราะห์ ระบุว่ามีเด็กในสถานสงเคราะห์หลายคนมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ชี้เเจงว่าทางสถานสงเคราะห์ได้รับเด็กมาดูเเล โดยมีเงื่อนไขคือรับเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งเด็กแต่ละคนก็มีที่มาต่างกัน บางคนก็เป็นเด็กที่ครอบครัวมีปัญหา บางคนก็เป็นเด็กเร่ร่อน ส่วนใหญ่มาอยู่สถานสงเคราะห์ตอนโตเเล้ว มีพฤติกรรมเหล่านั้นตั้งเเต่อยู่ข้างนอก เเละการปรับพฤติกรรมก็ต้องใช้เวลา ไม่สามารถเปลี่ยนทันทีได้ ซึ่งสารเสพติดที่พบก็แค่บุหรี่

หลังจากที่เด็กหนีไป เบื้องต้นทางสถานสงเคราะห์ได้ไปเเจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เเล้ว หลังจากนี้เจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์ จะเดินทางไปที่บ้านของผู้ที่ดูเเลเด็กอยู่ เพื่อรับเด็กกลับมา เเต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเด็กด้วย

keyboard_arrow_up