ไม่กลัวบาป! คนร้ายราดน้ำมันเผาเจ้าสำนักสงฆ์ ไหม้มรณภาพคากุฏิ สอบ 3 ลูกศิษย์ปมขัดประโยชน์

จากกรณีเมื่อวานนี้ (6 ก.ค. 62) เกิดเหตุพระมรณภาพในกุฏิสำนักสงฆ์ พระประเสริฐ เกิดทรัพย์ บ้านโพนทอง หมู่ 3 ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ที่เกิดเหตุเป็นสำนักสงฆ์อยู่กลางสวนยางพารา ภายในกุฏิ พบศพพระสมจิต เกิดทรัพย์ หรือ หลวงพ่อแต อายุ 53 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ นอนหงายเปลือยกาย เหลือแต่ประคตรัดเอว ส่วนสบงและอังสะถูกไฟไหม้หมด ผิวหนังมีรอยไหม้ทั้งตัว ไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย ที่นอนถูกไฟไหม้หมด ส่วนข้าวของกระจัดกระจายบริเวณริมผนังหน้าต่าง โทรศัพท์ยังชาร์จไฟอยู่ นอกจากนี้พบผ้าเหลืองพันไม้ ใช้ชุบน้ำมันทั้งในห้อง 2 อัน และเศษซากแกลลอนน้ำมัน 2 แกลลอน ที่หน้าต่างข้างห้องนอน พบว่าบานกระจกแตก มีหยดเลือดติดตามฝาผนังด้านนอก คาดว่าจะเป็นเลือดของคนร้ายที่อาจถูกระจกบาด จึงเก็บดีเอ็นเอไว้ตรวจสอบ

ภายในกุฏิที่เกิดเหตุ
ภายในกุฏิที่เกิดเหตุ

ล่าสุด วันที่ 7 ก.ค. 62 จากการสอบถามพยานแวดล้อม ทราบว่าคืนเกิดเหตุ มีรถเก๋งขับเข้ามาจอดในวัด แต่เนื่องจากฝนตกลงมาตลอด จึงไม่มีใครใส่ใจ ประกอบกับวัดอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 200 เมตร จึงไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ เบื้องลึก มีเบาะแสคนร้ายแล้ว โดยเมื่อไม่นานมานี้ มีลูกศิษย์ทั้งที่เป็นพระ และญาติโยม ประมาณ 3 กลุ่ม ได้เกิดปัญหาทะเลาะกันเรื่องเงินผ้าป่า ซึ่งพระผู้ตายก็ไม่เห็นด้วย กรณีเอาชื่อสำนักสงฆ์ไปพิมพ์ซองผ้าป่านำศรัทธามาจากกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ไม่น่าจะใช่เรื่องของการฆ่าชิงทรัพย์ เพราะทรัพย์สินยังอยู่ครบ

บัตรประจำตัวของพระสมจิต เกิดทรัพย์ หรือ หลวงพ่อแต

ล่าสุด พ.ต.ท.สมชาย สัพโส รอง ผกก.(สบ.3) พิสูจน์หลักฐานบึงกาฬ ได้เก็บรวบรวมเนื้อเยื่อของผู้ต้องสงสัยไว้ 3 คน เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิด ส่วนศพพระสมจิต ได้ส่งไปผ่าพิสูจน์ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง

พระลูกวัด

นอกจากนี้ พระลูกวัด บอกว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ไปเรียกพระสมจิต ที่กุฏิ แต่พบว่ามีควันไฟออกมาจากกุฏิ เรียกไม่ตอบจึงทุบประตูเข้าไป พบกลายเป็นศพถูกไฟไหม้สบงจีวรจนหมดหน้าห้องน้ำ มีรอยข้าวของกระจัดกระจาย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่

ส่วนประวัติของพระสมจิต เกิดทรัพย์ หรือ หลวงพ่อแต อายุ 53 ปี เป็นชาวตำบลโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย บวชมาแล้ว 33 พรรษา ชอบทำเครื่องรางของขลัง ทำสมุนไพรแจกญาติโยม จะเห็นที่หน้ากุฎีมีสวนสมุนไพรปลูกอยู่หลายชนิด และภายในห้องเก็บของมีขวดน้ำผึ้งป่ากว่า 70 ขวด 630 ซีซี และขวด 10 ลิตร อีก 3 ขวด เก็บไว้เป็นส่วนประกรอบทำยาสมุนไพร เมื่อชาวบ้านหรือลูกหลานเจ็บป่วยไม่ว่าเวลาไหนก็จะมาให้พระผู้ตายรักษาให้ จนเป็นที่ล่ำลือเล่าขาน จึงมีผู้เกิดศรัทธาซื้อที่ดินถวาย 3 ไร่ ตั้งเป็นที่สำนักสงฆ์ในปัจจุบัน

keyboard_arrow_up