เปิดข้อกฎหมายไทย หลังรายการดังเกาหลีจับ “หอยมือเสือ” มาทำอาหาร อ้างได้รับอนุญาตแล้ว

จากกรณีที่รายการ Law of the Jungle รายการเรียลิตีโชว์สุดฮิตจากประเทศเกาหลี ที่นำดาราไปผจญภัยยังสถานที่ห่างไกลต่างๆ ได้เดินทางมายังประเทศไทย และได้ทำการถ่ายทำบริเวณหาดเพทาย เกาะมุก จังหวัดตรัง โดยมีฉากที่ผู้ร่วมรายการหญิงคนหนึ่ง ทำการดำน้ำไปจับ หอยมือเสือ 3 ตัว เพื่อนำมาเป็นอาหาร (อ่านเพิ่มเติม : เปิดสถานะ “หอยมือเสือ” หลังมีรายการเกาหลี งมไปทำอาหารถึง 3 ตัว)

จากข้อมูลของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เปิดเผยว่า “หอยมือเสือ” นั้นเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 กล่าวคือ “ห้ามล่า ห้ามมี และห้ามซื้อขาย” ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท อีกทั้งเปลือกของหอยมือเสือยังถือเป็นซากสัตว์ป่า เช่นเดียวกับปะการัง ที่ห้ามซื้อขาย รวมทั้งห้ามนำมาวางประดับ ใช้เป็นที่เขี่ยบุหรี่ หรือที่ใส่สบู่ตามโรงแรมและร้านอาหาร

"หอยมือเสือ" เป็น "สัตว์ป่าคุ้มครอง" ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ คือ "ห้ามล่า ห้ามมี และห้ามซื้อขาย…

โพสต์โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เมื่อ วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2013

อย่างไรก็ตาม ทางเว็บไซต์ naver.com ได้มีการแผยแพร่คำชี้แจงจากทางรายการ Law of the Jungle โดยระบุว่า…

“การถ่ายทำของรายการได้รับอนุญาตจากทางการท้องถิ่น และระหว่างการถ่ายทำของรายการก็ได้รับการดูแลจากผู้ประสานงานท้องถิ่นตลอดการถ่ายทำ ซึ่งการถ่ายทำเป็นไปตามข้อกำหนดที่ถูกวางไว้ทั้งหมด และไม่มีส่วนใดของการทำงานที่เป็นการละเมิดต่อกฎหมาย”

นอกจากนี้ยังมีรายงาน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมได้ติดต่อไปยังผู้ประสานงานกองถ่ายทำ เพื่อชี้แจงการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 โดยแจ้งให้สถานีโทรทัศน์ SBS ได้ทราบแล้ว และจากการตรวจสอบพบว่าผู้ประสานงานการถ่ายทำได้ประสานกับอุทยานฯ ก่อนเข้าพื้นที่ถ่ายทำ แต่พื้นที่ที่ปรากฏเป็นคลิปเป็นบริเวณพื้นที่อ่าวโล๊ะอุดัง หมู่ 2 เกาะมุกด์ ทางด้านทางทิศเหนือของเกาะ ซึ่งไม่ใช่พื้นที่เดียวกัน

keyboard_arrow_up