ญาติคนร้ายพุ่งชน ตร.ตาย แฉร่วมแก๊งค้ายามานาน – เมียนายดาบร่ำไห้ ก่อนพลีชีพบ่นอยากพัก (คลิป)

จากกรณีคนร้ายขับรถชน ด.ต.ปุณกฤษ บัวแก้ว อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนเสียชีวิต ขณะเข้าจับกุมเครือข่ายยาเสพติดที่นำยาบ้ามาส่งให้ แต่คนร้ายไหวตัวทัน และได้ขับรถเก๋งพุ่งชนอย่างแรง แล้วหลบหนีไปได้ โดยเหตุเกิดบนถนนหมู่ที่ 6 ต.พะแสง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 27 มิ.ย. 62

ภาพจำลองเหตุการณ์

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 มิ.ย.62 นายวันชัย ชัยณรงค์ หนึ่งในผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามอบตัวที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้ร่วมสอบสวนผู้ต้องหา คือนายสุเชษฐ์ หวานเหลือ อายุ 24 ปี, นายวันชัย หรือหลี ชัยณรงค์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันค้ายาเสพติดที่ติดต่อเข้ามอบตัว เนื่องจากทนแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ไม่ไหว

ผู้ต้องหา

นอกจากนี้ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่า ด.ต.ปุญกฤษ ที่เสียชีวิต เป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความขยันทำงาน มุ่งมั่นและได้รับโล่รางวัลการจับกุมยาเสพติดดีเด่น อีกทั้งทำหน้าที่เป็นตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี มานานกว่า 5 ปีแล้ว ส่วนด้านการเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิต จะมีการเลื่อนชั้นยศตำแหน่งจาก “ดาบตำรวจ” เป็น “พันตำรวจตรี” เยียวยาช่วยเหลืองานศพผู้เสียชีวิต และให้ทายาทเข้ารับข้าราชการตำรวจได้หนึ่งราย อย่างไรก็ตามได้เบื้องต้นได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตไปแล้ว

ด.ต.ปุณกฤษ บัวแก้ว ผู้เสียชีวิต

นายติ่ง (สงวนชื่อนามสกุล) พี่ชายนายสุเชษฐ  เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา นายสุเชษฐ ขอยืมรถยนต์ของอาออกไปข้างนอก อ้างว่าจะไปรับแฟนสาว หลังจากนั้นทราบอีกครั้งเมื่อมีข่าวเผยแพร่ จึงรีบกลับมาที่บ้าน พบว่าไม่มีรถยนต์จอดอยู่ และพยายามติดต่อน้องชาย จนกระทั่งเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว เกรงว่าจะถูกวิสามัญ ยอมรับว่าครอบครัวทราบว่านายสุเชษฐ พัวพันยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ซึ่งตนและครอบครัวก็พยายามห้าม สั่งห้ามไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยว แต่นายสุเชษฐมักบอกว่าไม่เข้าไปมั่วแน่นอน

ทั้งนี้ ครอบครัวรู้สึกเสียใจ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่า เมื่อนายสุเชษฐมีความผิดจริง ตนและครอบครัวก็จะไม่ต่อสู้คดี ปล่อยให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนายติ่ง (สงวนชื่อนามสกุล) พี่ชายนายสุเชษฐ

ด้านนางอรอนงค์ บัวแก้ว อายุ 44 ปี ภรรยาของตำรวจที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุ ด.ต.ปุญกฤษ ผู้เป็นสามีมักบ่นกับตนบ่อย ๆ ว่า เหนื่อย อยากพักผ่อน เพราะทำงานในชุดจับกุมยาเสพติดค่อนข้างเหนื่อยล้าและมีความเสี่ยงอันตราย โดยในวันเกิดเหตุตนทราบว่าสามีออกไปปฏิบัติหน้าที่กับทีมชุดจับกุม และมีการพูดคุยไลน์กันตลอดเวลา จนกระทั่งสามีขาดการติดต่อไปพักใหญ่

นางอรอนงค์ บัวแก้ว ภรรยาผู้เสียชีวิต

ขณะนั้นตนคิดว่าอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ สุดท้ายทราบข่าวสามีเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ตนรู้สึกเสียใจมาก ทำใจไม่ได้ เพราะสามีเป็นคนดี ขยันทำงาน รับผิดชอบหน้าที่ ดูแลครอบครัวอย่างดีเสมอมา และสามีมักจะบอกกับตนเสมอว่า เป็นเมียตำรวจ ต้องอดทน ซึ่งแม้ว่าสามีจะเสียชีวิต แต่ดีใจที่เสียชีวิตในหน้าที่และงานที่เขารัก

นางโสภา บัวแก้ว แม่ผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ นางโสภา บัวแก้ว อายุ 75 ปี แม่ของตำรวจที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาลูกชายเป็นคนทำงานเก่ง ปราบโจรผู้ร้ายเก่ง มักได้รับรางวัลหรือโล่ด้านการจับกุมยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่า หวาดระแวงทุกคืนที่ลูกออกไปปฏิบัติหน้าที่ คอยไหว้พระสวดมนต์คุ้มครองให้ปลอดภัย แม้ว่าวันนี้ลูกชายจะเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่ตนได้เห็นว่ามีคนมาแสดงความเสียใจ และยกย่องลูกชายตนจำนวนมาก ก็รู้สึกภาคภูมิใจ ขณะนี้ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ เนื่องจากเสียเสาหลักของครอบครัวไป

ส่วนกรณีที่หน่วยงานตำรวจจะเยียวยา โดยให้ทายาทของตำรวจที่เสียชีวิตรับข้าราชการตำรวจได้ 1 ราย ตนก็ไม่อยากให้หลายชายวัย 18 ปี ต้องไปเป็นตำรวจตามรอยพ่อ เพราะกลัวเกิดเหตุซ้ำรอย อย่างไรก็ตาม ตนภาคภูมิใจในตัวลูกชาย หลังจากนี้ตนอยากให้ลูกไปสู่ภพภูมิที่ดี

keyboard_arrow_up