ลูกชายนายก อบต. แฉนาทีถูกตำรวจซ้อมยัดยา ลั่นเอาผิดหมด – ผู้การฯขอสังคมอย่าด่วนสรุป (คลิป)

วันที่ 27 มิ.ย. 62 ความคืบหน้าจากกรณีนายรางวัล ขันแข็ง นายก อบต.อ่าวใหญ่ ร้องเรียนถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนจังหวัดตราด จำนวน 6 นาย ที่กระทำเกินเหตุหลังนายศิริ ขันแข็ง ลูกชาย ถูกตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดตราด บุกจับกุมตัวที่บ้านน้องชาย หมู่ 5 ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยตำรวจเข้าล็อกตัวตรวจค้นหายาเสพติด ได้ล็อกคอใส่กุญแจมือไขว้หลัง เหยียบคอ ใช้ปืนจ่อหัว ทั้ง ๆ ที่ ไม่พบการกระทำความผิด ก่อนนำตัวมาค้นต่อที่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านของนายรางวัล ขณะตรวจค้น ตำรวจได้เอาถุงดำคลุมศีรษะ และตบหน้า เตะเข้าบริเวณชายโครงนายศิริ

ภาพจำลองเหตุการณ์

จากนั้นตำรวจนายหนึ่งนำโทรศัพท์ กระเป๋าเงินของนายศิริไป โดยหยิบเงินไป 5,500 บาท ก่อนปล่อยตัวและคืนเงินมาให้ 500 บาท บอกว่าเอาไปกินข้าวกับเมีย ส่วนเงิน 5,000 บาท ตำรวจได้บอกว่าเอาไปกินเบียร์หมดแล้ว ถ้าจะเอาเงินคืน ตำรวจจะยัดยา (อ่าน : นายก อบต.อ่าวใหญ่ เดือด! ลูกชายถูก ตร.สืบ บุกค้นบ้านปืนจ่อหัว-ซ้อม ขู่ยัดยา รีด 5 พันซื้อเบียร์ )

นายศิริ ขันแข็ง ผู้เสียหาย (หันหลัง) และนายรางวัล ขันแข็ง นายก อบต.อ่าวใหญ่

ล่าวสุด พล.ต.ต.ประสาน บุญเหมือน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด ชี้แจงว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว เบื้องต้นได้สอบถามรายละเอียดคร่าว ๆ กับตำรวจที่เข้าไปทำงานสืบสวนจับกุมเรื่องยาเสพติด โดยใช้วิธีการทางตำรวจ ส่วนทางฝ่ายผู้เสียหายร้องเรียนว่าโดนตำรวจซ้อม และยึดเอาทรัพย์ไป เรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เป็นส่วนกลางของจังหวัด ซึ่งไม่ใช่ต้นสังกัดของตำรวจ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

พล.ต.ต.ประสาน บุญเหมือน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด

ส่วนตัวของตำรวจที่ถูกกล่าวหา ได้มีคำสั่งให้ทำงานด้านธุรการไปก่อน ยังไม่ให้ออกไปปฏิบัติภารกิจด้านยาเสพติดระยะเวลา 30 วัน ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งพยายามให้ความเป็นธรรม หากเป็นเรื่องจริงก็จะดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง หากเป็นเรื่องไม่จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจคงท้อแท้และหมดขวัญกำลังใจ ตนเองได้ให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจดังกล่าว ให้ดูแลการทำงานของลูกน้องต้นสังกัดสืบสวน ให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะการทำงานเรื่องยาเสพติดไม่ใช่เรื่องง่าย ให้ยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก

keyboard_arrow_up