บิ๊กไบก์หวิดถูกตัดอัณฑะ รถกู้ภัยชน ไร้เยียวยา ภาพชัดฝ่าไฟแดงที่แท้คนขับเป็นวิน (คลิป)

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “รัชมงคล ครับ” ลงคลิปและโพสต์เรื่องราวระบุว่า ตัวเองขี่รถจักรยานยนต์แล้วถูกรถฉุกเฉินที่ไม่เปิดสัญญาณไฟ ชนตนต้องผ่าตัดใส่เหล็กที่สะโพก เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 62  ช่วงเวลา 18.59 ที่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง และยังไม่ได้รับการเยียวยา

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ

วันที่ 22 มิ.ย. 62 นายรัชมงคล วงษ์ไทยผดุง หรือ ต้อง อายุ 30 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตัวเองยังอยู่ในอาการบาดเจ็บ มีแผลจากการผ่าตัดที่หน้าท้องในการรักษาลูกอัณฑะบวม และกระเพาะปัสสาวะอักเสบ บริเวณแผลสะโพกหลัง เป็นการผ่าตัดเพื่อใส่น็อตยึดโครงกระดูกภายใน โดยต้องใช้ไม้ค้ำพยุงร่างกายเดินทางไปมา และจะต้องพักรักษาตัวตามคำสั่งหมอจนกว่าร่างกายจะเข้าที่ ทำให้ระหว่างนี้ไม่มีรายได้

ภาพจากฟิล์มเอ็กซเรย์น็อตยึดโครงกระดูก

โดยในวันดังกล่าวตนเองเลิกงานในช่วงเวลา 18.00 น. และขี่รถผ่านมาจุดเกิดเหตุคือบริเวณสี่แยกคอกวัว ขณะนั้นฝั่งตนมีสัญญาณไฟจราจรเป็นสีเขียวจึงขี่รถตรงไปตามปกติ ส่วนไฟของรถกู้ภัยติดสัญญาณไฟแดง แต่มีรถพุ่งฝ่าไฟแดงออกมา จนกระทั่งเกิดการชนกันบริเวณกลางสี่แยก ทำให้รถของตนเองได้รับความเสียหาย และร่างกระเด็นข้ามรถกู้ภัยไปอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นยอมรับว่ามองไม่เห็นรถกู้ภัยที่กำลังขับออกมา เนื่องจากมีรถเมล์บังอยู่ และตนเองปฏิบัติตามฎจราจร จึงไม่คิดว่าจะมีรถฝ่าไฟแดงวิ่งออกมา และหลังจากที่ตนเองได้รับบาดเจ็บ รถกู้ภัยคันดังกล่าวก็จอดรอเรียกประกัน ทั้งที่ไม่ได้รีบออกไปปฎิบัติหน้าที่แต่อย่างใด แต่ได้วิทยุเรียกรถอาสาพิมพ์เดียวกันมารับตนเองส่งโรงพยาบาล

นายรัชมงคล วงษ์ไทยผดุง ผู้เสียหาย

นับตั้งแต่ที่นำตัวส่งโรงพยาบาล ตนเองก็ไม่เคยเจอคู่กรณี โดยมีเพียงแค่วันแรกที่เข้าโรงพยาบาลเท่านั้นที่แวะมาเยี่ยมแต่ก็ไม่สอบถามหรือจะชดใช้ จากนั้นก็ขาดการติดต่อ จนกระทั่งตนเองต้องย้ายโรงพยาบาลไปรักษาใกล้บ้าน เพราะอาการไม่ดีขึ้น ต้องรับการผ่าตัดโดยด่วน และมีค่าใช้จ่ายจำนวน 343,865 บาท โดยได้เงินคืนจากประกันของรถบิ๊กไบก์ที่ขับขี่ประมาณ 100,000 บาท และได้รับจากพ.ร.บ.คู่กรณีอีก 50,000 บาท จากนั้นมีส่วนต่างอีกประมาณประมาณ 100,000 กว่าบาท จึงได้เคลมกับประกันเพิ่มเติม แต่ได้ไม่เต็มจำนวน โดยต้องควักเงินจ่ายเพิ่มเติมอีกกว่า 30,000-40,000 บาท ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุมาจนถึงปัจจุบัน ตนเองขาดรายได้จากงานที่ทำคือ เป็นวิศวกร จึงได้เรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณี ซึ่งเป็นเงินค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าสูญเสียรายได้ ต้องเป็นบุคคลทุพพลภาพจำนวน 609,000 บาท ซึ่งคำนวณจากเงินเดือนที่ได้รับ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ ขณะเกิดอุบัติเหตุ ตนเองยังสูญเสียทรัพย์สินของมีค่า เช่น เอกสารทางราชการ กระเป๋า หมวกกันน็อก มือถือ ซึ่งสูญหายไปด้วย

บาดแผลตามร่างกายนายรัชมงคล

ทั้งนี้อยากจะฝากเตือนสำหรับกรณีการปฎิบัติหน้าที่และการขับรถของอาสากู้ภัย อยากให้มีการตัดสินใจและรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยหากตัดสินใจที่จะขับรถโดยประมาทหรือฝ่าไฟแดง ก็จะต้องรับผิดชอบ

ด้านนายพิสิฐชัย ไทยศิริมงคล หรือ หนู อายุ 38 ปี หัวหน้าชุดอาสาจุดสามเสน มูลนิธิร่วมกตัญญู ในฐานะผู้บังคับบัญชาของนายคชา พรพัฒน์วัชรกุล หรือ แบงค์ อาสากู้ภัยคนขับรถที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุได้มีการสั่งหยุดการปฎิบัติหน้าที่ ยังไม่มีกำหนดที่จะให้กลับมาทำงาน โดยมูลนิธิก็รับผิดในการกระทำของเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นการขับรถโดยประมาท และไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ซึ่งเหตุการณ์ในวันดังกล่าวไม่มีเจตนาให้เกิดอุบัติเหตุ แต่มีเจตนาที่จะออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนถนน โดยมีการเปิดสัญลักษณ์ไฟ และเปิดเสียงฉุกเฉิน แต่ด้วยเสียงที่เบาจึงทำให้รถที่วิ่งมาไม่ทราบ อีกทั้งมีวิสัยทัศน์ที่มีรถคันอื่นกีดขวางอยู่ทำให้มองไม่เห็น จึงตัดสินใจขับออกจากไฟแดง และเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้ได้มีการติดต่อกับผู้เสียหายแล้ว โดยจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหาย ยอมรับว่าผู้เสียหายเรียกร้องมาจำนวนค่อนข้างสูง แต่คนขับที่เป็นอาสากู้ภัยก็มีอาชีพเพียงแค่ขับรถวินมอเตอร์ไซค์ธรรมดา ไม่มีเงินจำนวนมากที่จะไปจ่ายชดใช้ตามที่ผู้เสียหายเรียกร้อง แต่ยืนยันว่าไม่มีการหลบหนีและจะช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีทรัพย์สินสูญหายนั้น เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานได้เก็บรวบรวมส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว

นายพิสิฐชัย ไทยศิริมงคล หรือ หนู หัวหน้าชุดอาสาจุดสามเสน มูลนิธิร่วมกตัญญู

ในฐานะอาสากู้ภัยที่ทำงานเพื่อประชาชน ต้องยกมือไหว้ขอโทษ กับเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งกู้ภัยไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่เป็นเหตุจำเป็นที่จะต้องออกไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ หากมองย้อนกลับกันถ้าเป็นญาติหรือผู้ป่วยภายในบ้าน ทุกคนก็ต้องอยากให้มีการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นก็เป็นสิ่งที่กู้ภัยจะต้องทำ คือวิธีหรือหาทางเพื่อจะไปถึงผู้ป่วยให้เร็วที่สุด และฝากบอกถึงประชาชนว่าเหตุการณ์แบบครั้งนี้จะไม่ทำให้เกิดขึ้นอีก

keyboard_arrow_up