พี่เลขาสาว โต้ลูกติดหนี้หนุ่มบุกยิงแสกหน้าคาโรงงาน แฉไม่เล่นด้วยตามราวี ขู่ฆ่า (คลิป)

กรณีเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 62 มีหญิงถูกยิงเสียชีวิตภายในอาคารโรงงานฝ่ายผลิตของบริษัทแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.สุพรรษา ภู่เพชร อายุ 30 ปี เลขาผู้จัดการของบริษัทดังกล่าว นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นของโรงงาน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณกลางหน้าผาก ส่วนนายเจษฎา หอยสังข์ ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปแต่เจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวได้ทัน

นายเจษฎา หอยสังข์ ผู้ต้องหา

วันที่ 17 มิ.ย. 62 ที่จุดเกิดเหตุภายในอาคารโรงงานฝ่ายผลิต ของบริษัทแห่งหนึ่ง พื้นที่ ซ.บางปลา 16 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบว่าวันนี้โรงงานยังคงเปิดทำการตามปกติ จุดที่น.ส.สุพรรษา นอนเสียชีวิตนั้นอยู่บริเวณอ่างล้างจานภายในห้องครัวชั้นแรกของอาคารโรงงาน

พื้นที่จุดเกิดเหตุ

โดยนายณัฐพัฒน์ ตะวังทัน อายุ 34 ปี คนเห็นเหตุการณ์ และเป็นพนักงานของโรงงานที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิตและคนก่อเหตุ เนื่องจากทั้งคู่ทำงานอยู่ที่โรงงานเดียวกัน แต่นายเจษฎาขาดงานไปประมาณ 1 สัปดาห์จึงสิ้นสุดสถานภาพพนักงาน จนกระทั่งเมื่อวานนี้เวลาประมาณ 16.20 น. คนก่อเหตุเข้ามาที่โรงงานด้วยอาการเมาเล็กน้อย โดยมานั่งเล่นพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานภายในห้องสำนักงาน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในห้องนั้นด้วย จากนั้นเมื่อถึงเวลาเลิกงาน นางสาวสุพรรษาเตรียมตัวกลับบ้าน จึงนำแก้วกาแฟไปล้างที่อ่างล้างจานในห้องครัว จังหวะนั้นคนก่อเหตุเดินตามประกบไปที่ประตูห้องครัว ก่อนจะอาศัยจังหวะที่คนเสียชีวิตยืนหันหลังให้เข้าไปยิงในระยะประชิด 1 นัดจนเสียชีวิต ขณะนั้นตนเดินผ่านมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เมื่อเข้าไปดูพบว่านางสาวสุพรรษานอนเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนก่อเหตุเดินออกมาพร้อมอาวุธปืน แล้วบอกคนในโรงงานว่า “เรื่องของกู อย่ามายุ่ง” ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตนเชื่อว่าวางแผนและเตรียมตัวมาอย่างดี ตนและเพื่อนร่วมงานจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยทันที

ภาพจำลองเหตุการณ์

โดยที่ผ่านมา คนก่อเหตุและคนเสียชีวิตรู้จักกันเพราะทำงานร่วมกัน และคนก่อเหตุชื่นชอบตัวผู้เสียชีวิต พยายามตามจีบตามตื๊อมาโดยตลอด แต่คนเสียชีวิตมีครอบครัวแล้ว จึงไม่เล่นด้วย ตนเชื่อว่าอาจเป็นหนึ่งในปมแค้น ส่วนกรณีเรื่องเงินที่คนก่อเหตุให้คนเสียชีวิตกว่า 1 แสนบาทนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะคนก่อเหตุไม่เคยให้เงินจำนวนมากขนาดนี้ ส่วนใหญ่เป็นการหยิบยืมครั้งละ 1-2 พันบาทแล้วคืน ที่ให้เงินก็จะให้ด้วยความเสน่หา แต่ฝ่ายหญิงไม่เล่นด้วย นอกจากนี้คนก่อเหตุและคนเสียชีวิตเคยมีปากเสียงทะเลาะกันทั้งต่อหน้าและในโซเชียลเกี่ยวกับการทวงเงิน ที่ฝ่ายชายจะตามทวงเงินบ่อยครั้ง แต่ฝ่ายหญิงขอเวลาเพื่อหาเงินมาคืน

นายณัฐพัฒน์ ตะวังทัน คนเห็นเหตุการณ์

ด้านนางสาวกำไล ภู่เพชร อายุ 43 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนเคยรับรู้ปัญหาระหว่างน้องสาวกับคนก่อเหตุมาโดยตลอด ซึ่งน้องสาวเคยบอกว่าไปกู้ยืมเงินและมีการคิดอัตราดอกเบี้ยจากนายเจษฎาจำนวน 15,000 บาท ไม่ใช่ 1 แสนบาทตามที่ปรากฏในข่าว ยืนยันว่าไม่เคยได้รับเงินจากคนก่อเหตุจำนวนมากถึงหนึ่งแสน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการกู้ยืมหรือด้วยเสน่หาก็ตาม อีกทั้งที่ผ่านมาก็มีการหาเงินทยอยคืนเรื่อย ๆ จนกระทั่งเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาน้องสาวคืนเงินครบถ้วนทั้งต้นทั้งดอกเบี้ย ไม่มีอะไรติดค้างใด ๆ ทั้งสิ้น

นางสาวกำไล ภู่เพชร พี่สาวผู้เสียชีวิต

ส่วนกรณีเรื่องชู้สาวนั้น ขอยืนยันว่าน้องสาวคนไม่ได้ถูกใจหรือชอบพอกับนายเจษฎา แต่ทราบมาว่านายเจษฎาตามจีบแต่น้องสาวไม่เล่นด้วย เนื่องจากตัวน้องสาวมีครอบครัว รักลูกรักสามีมาก จึงอาจทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่นายเจษฎาเกิดความไม่พอใจ ทำให้ที่ผ่านมามักจะคอยหาเรื่องทางแชตเฟซบุ๊กบ้าง หรือเมื่อเจอหน้ากันก็จะพูดจาหาเรื่อง อ้างทวงเงินตลอดเวลา ทั้งที่คืนหนี้ครบหมดแล้ว ถึงขั้นเคยขู่ฆ่าจะเอาปืนมายิง หรือเมื่อเจอกันเคยจะตบตีน้องสาวตนในที่ทำงานด้วย

ตนรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าโหดเหี้ยมเกินเหตุ และไม่รู้ว่าทำไมถึงฆ่าได้ลงคอ ตนขอประนามนายเจษฎาว่าเลวยิ่งกว่าสัตว์ อยากให้ประหารชีวิตคนก่อเหตุ ที่ทำให้น้องสาวต้องเสียชีวิต อยากให้กฎหมายลงโทษให้ถึงที่สุด

keyboard_arrow_up