หนุ่มร่างทรงถือมีดไล่ฟันคน แม่เชื่อคลั่งหลังฆ่างูเจ้าที่ อึ้งเทพเคยเตือนจะมีเคราะห์ (คลิป)

จากกรณีหนุ่มวัย 35 ปี คลุ้มคลั่งอาละวาดควงมีด 2 เล่มไล่ฟันชาวบ้าน บริเวณถนนคันคลองชลประทาน หน้าบ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 5 ตำบลโพธิ์ม่วงพันธ์ อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง จนตำรวจกว่า 30 นาย ต้องใช้เวลาปิดล้อมจับกุมนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมตัวได้อย่างปลอดภัย เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 14 มิ.ย. 62 ที่ผ่านมา

นายเฉลิมชาติ หรือ โจ๊ก ในอาการคลุ้มคลั่ง
ภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ

โดยในที่เกิดเหตุบนถนนคอนกรีตเสริมเหล็กคันคลองชลประทาน พบนายเฉลิมชาติ หรือ โจ๊ก  อายุ 35 ปี อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงสามส่วนสีแดง มือขวาถือมีดดาบยาวกว่า 1 เมตร มือซ้ายถือมีดพร้าที่ใช้ตัดหญ้าขนาดยาวกว่า 50 เซนติเมตร เดินควงมีดทั้งสองมืออาละวาดไปตามถนน สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง โดยญาติยืนยันว่าไม่มีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ส่วนชาวบ้านแถวนี้คาดว่าที่มีอาการแบบนี้เกิดจากเรื่องลี้ลับที่นายเฉลิมชัยไปตีงูเห่าเจ้าที่จนตาย

ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ

วันที่ 15 มิ.ย. 62 นายบุญเลิศ คงชั้น ผู้ใหญ่บ้าน น้าชายคนสนิทของนายโจ๊ก เล่าว่า เมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) ช่วงเวลาประมาณ 8 โมงเช้า หลานชายขี่รถจักรยานยนต์ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวห่างจากบ้านไม่ไกลนัก แล้วเกิดอุบัติเหตุรถล้มบริเวณปากทางเข้าบ้าน จนมีชาวบ้านบริเวณนั้นผ่านมาเห็นและแจ้งข่าวกับตน จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสามโก้ ในเบื้องต้นแพทย์แจ้งว่าไม่มีอาการที่น่าเป็นห่วงจึงสามารถกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านได้

จากนั้นนายโจ๊กก็นอนพักอยู่บนบ้านถึงเวลาประมาณ 13.00 น. พอตื่นมาก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ขว้างปาทุบขวด แล้วหยิบมีดพร้าและมีดดาบออกมาจากบ้าน ไม่สวมเสื้อ ใช้มีดฟันคอตัวเอง และวิ่งไล่ฟันคนอื่นพร้อมกับร้องตะโกนตลอดเวลาว่า “อย่าเข้ามา ไม่งั้นจะฟัน” ตนจึงไปตามคนที่หลานชายเคารพมาเพื่อให้มาควบคุมสถานการณ์แต่ก็ไม่เป็นผล จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าระงับเหตุ ไม่นานเจ้าหน้าที้ตำรวจรวมถึงเจ้าที่กู้ภัยก็เดินทางกันมารวมแล้วกว่า 40 นายและใช้เวลาร่วม 1 ชั่วโมงกว่าจะจับกุมตัวหลานชายได้

นายบุญเลิศ คงชั้น ผู้ใหญ่บ้าน

นายบุญเลิศเล่าว่า ก่อนหน้านี้ตัวหลานชายก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร เป็นคนร่าเริง และหลังจากเจ้าที่ตำรวจตรวจสารเสพติดภายในร่างกายก็ไม่พบ แต่เป็นคนที่ติดกาแฟมาก กินกาแฟวันนึง 4-5 กระป๋อง แล้วก็ไม่กินข้าว ช่วง 3 วันก่อนที่ผ่านมานี้ หลานชายบ่นว่านอนไม่หลับติด ๆ กัน เพราะคิดว่ามีคนมาล้อมบ้านจะทำไม่ดีไม่ร้าย ซึ่งที่เกิดอุบัติเหตุรถล้มตอนเช้าก่อนเกิดเหตุก็เพราะมีอาการวูบไป ตนจึงคาดว่าสาเหตุหลัก ๆ ของการก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะมาจากอาการกระทบกระเทือนทางสมองจากอุบัติเหตุมากกว่า

ส่วนในเรื่องของความเชื่อที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าหลานชายมีอาการคลุ้มคลั่งเพราะไปตีงูเจ้าที่เมื่อวันก่อนนั้น ตนคิดว่าไม่น่าใช่ เนื่องจากวันนั้นที่หลานชายออกไปฉีดพ่นยาที่นานั้น หลานชายเล่าเพียงแต่ว่าเจองูเห่าขนาดใหญ่ ก็ตกใจ และรีบหาไม้ตีเพื่อป้องกันตัวเฉย ๆ แต่ยอมรับว่าตัวหลานชายเองก็เหมือนเป็นคนมีสัมผัสพิเศษ เพราะเป็นร่างทรงมาตั้งแต่เด็ก บูชาเศียรพ่อแก่พ่อปู่ คล้ายเป็นตำหนักอยู่บนบ้านด้วยความชอบของเขาเอง ตนจึงคิดว่าหากเป็นเจ้าที่จริงไม่น่าจะทำร้ายคน ออกมาไล่ฟันชาวบ้านแบบนี้ น่าจะทำหน้าที่ปกปักรักษาคุ้มครองร่างมากกว่า

นางฉลวย บุญจันทร์ แม่ของผู้ก่อเหตุ

ด้านนางฉลวย บุญจันทร์ แม่ของผู้ก่อเหตุ วัย 59 ปี เปิดเผยว่า ลูกชายมีลักษณะของการเป็นร่างทรงตั้งแต่อายุประมาณ 8 ขวบ เวลาเข้าทรงก็จะเรียกแม่ว่า “นังหนูๆ” เวลามีธุระเรียกใช้ ซึ่งเศียรพ่อแก่และพ่อปู่ที่เห็นตั้งเรียงรายอยู่จำนวนมากนี้ ก็มาจากตอนที่ร่างเข้าทรงและมักจะบอกให้ตนไปรับหรือไปเช่าตามที่ต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยไปมาก่อน แต่ลูกชายสามารถบอกทางได้ แต่พอนำกลับมาที่บ้านเมื่อออกจากร่างทรงแล้ว ก็มักจะจำไม่ได้ว่าให้ไปรับมาตอนไหน จนเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้มีการตั้งเป็นสำนักหรือทำพิธีใด ๆ

เศียรพ่อแก่และพ่อปู่ ที่นำมาเก็บไว้ภายในบ้าน

ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุหนึ่งคืน ลูกชายก็มีอาการเจ้าเข้าทรงเช่นเดิม และบอกกับตนว่าร่างนี้กำลังจะมีเคราะห์ อย่าให้ลูกชายออกไปไหนไกล ๆ เพราะจะเกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่ถึงกับตาย จนเช้ามาลูกก็เกิดอุบัติเหตุรถล้มจริง ๆก่อนที่จะก่อเหตุอาละวาดไล่ฟันชาวบ้านเช่นนี้ ส่วนตัวแล้วตนเห็นตรงกันกับผู้ใหญ่บ้านที่ว่าเจ้าที่เจ้าทางมาเพื่อปกปักรักษา อย่างเหตุการณ์นี้ท่านก็มาเตือนก่อน จึงไม่น่าเป็นสาเหตุของอาการคลุ้มคลั่ง แต่น่าจะมาจากการที่สมองกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุรถล้มเมื่อตอนเช้า ประกอบกับอาการเครียดที่ช่วงหลังหลังมานี้ลูกชายเคยบ่นกับตนว่า “ผมฝากลูกด้วย ผมอยากตาย” แต่ตนก็ไม่ทราบว่าลูกมีปัญหาเรื่องอะไร

ตอนนี้ลูกชายก็พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยมีภรรยาและลูกเฝ้าดูอาการอยู่ เบื้องต้นลูกชายรู้สึกตัวแล้วสามารถคุยโต้ตอบได้ แต่ยังไม่ค่อยมีสติรู้เรื่องเต็มที่ ค่อนข้างซึมเศร้า แต่ไม่มีอาการเข้าทรง และยังมีอาการบาดเจ็บที่คอจากการใช้มีดฟันคอตัวเอง ซึ่งตนก็ยังหวังให้ลูกกลับมาอาการปกติ ชาวบ้านก็แนะนำให้ลองไปขอขมาบริเวณที่ลูกชายตีงู เผื่อว่าอาการจะดีขึ้น เพื่อความสบายใจตนก็จะทำหมด และรอการรักษาจากทางแพทย์ด้วย

keyboard_arrow_up