โจ๋รับรุมทืบ 2 หนุ่มโรงงานสุดทนท่อดัง แถมกร่างชกพ่อเจ็บ – เจ้าตัวโอด เบิ้ลเครื่องเพราะเกียร์ค้าง (คลิป)

วันที่ 15 มิ.ย. 62 ความคืบหน้าจากกรณีหนุ่มโรงงาน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์แต่งเครื่องยนต์ และถูกกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 10 คนรุมทำร้ายเมื่อช่วงเวลา 00.10 น. ที่ผ่านมา โดยเหตุเกิดบริเวณปากซอยบางทราย 115 ต.บางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายทองพูล บัวจันทร์ หรือยี่ อายุ 26 ปี คนขับขี่ และนายโสภณ ประภา อายุ 31 ปี คนที่ซ้อนท้ายมาด้วยกัน

เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ

ล่าสุด นายโสภณ ประภา ซึ่งอยู่ในสภาพอิดโรย ปากแตกและบวม เย็บ 5 เข็ม และมีรอยถลอกตามใบหน้า เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ตอนเวลาประมาณ 21.00 น. ตนและนายทองพูลได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปนั่งดื่มเบียร์ และเหล้าขาวที่สะพานบางทรายจนถึงช่วงดึก เวลาประมาณ 23.30 น. แต่ขากลับนั้นมอเตอร์ไซค์เสีย โดยเกียร์ค้างอยู่ที่เกียร์ 3 และไม่สามารถลดเกียร์ลงได้ ทำให้ต้องเข็นมอเตอร์ไซค์กลับสลับกับขี่ผ่านชุมชน ซึ่งต้องบิดเลี้ยงอัตราเร่งเนื่องจากเกียร์สูง บวกกับท่อแต่งพิเศษจึงทำให้รถมีเสียงดังมาก แต่ไม่ได้ตั้งใจเบิ้ลเครื่อง ซึ่งตอนที่กลุ่มวัยรุ่นตามมาทำร้ายนั้น ตนจำอะไรไม่ได้เลยและไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะเพิ่งดื่มเหล้ามา แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเมาหรือไม่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถโรงพยาบาลมารับแล้ว

ภาพจำลองเหตุการณ์

นายโสภณ ยังบอกอีกว่า ตนก็พยายามทบทวนอยู่ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งตอนนี้ก็กลัวอยู่บ้าง แต่คิดว่าผู้ก่อเหตุคงไม่ย้อนกลับมาทำร้ายแล้ว อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดเหตุตนก็ไม่ได้ไปขี่มอเตอร์ไซค์เบิ้ลเครื่อง หรือขี่แว้นจนโดนตามมาอย่างที่เป็นข่าว

นายโสภณ ประภา ผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายทองพูล บัวจันทร์ หรือยี่ อายุ 26 ปี ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ โดยเบ้าตาทั้ง 2 ข้างบวมจนเปิดไม่ได้ และต้องรอหมอวินิจฉัยแผลว่ามีอาการอย่างอื่นแทรกซ้อนหรือไม่ ให้ข้อมูลว่าตัวเองยอมรับว่ารถมอเตอร์ไซค์ของตนมีเสียงดังจริง ๆ แต่ไม่ได้ไปเบิ้ลป่วนเมืองและลองเครื่อง อีกทั้งยังไม่รู้จักกับวัยรุ่นที่ตามมาทำร้าย และไม่รู้ว่าเขาทำร้ายตนเพราะอะไร

ลักษณะรถมอเตอร์ไซค์ของนายทองพูล

ขณะที่นายโต (นามสมมติ) อายุ 17 ปี คู่กรณีที่ทะเลาะวิวาทกับผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า เมื่อเวลาเกือบเที่ยงคืน ขณะที่ตนและเพื่อน รวม 5 คน ซึ่งเป็นวัยรุ่น อายุ 17 ปี ทั้งหมด นั่งเล่นอยู่ที่ลานหน้าบ้าน นายทองพูลก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดที่หัวมุมกำแพงหน้าบ้านตน ซึ่งมีเสียงท่อดังมาก ตนจึงเดินไปเตือนนายทองพูลว่าให้ช่วยดับเครื่องรถ เพราะแม่ตนนอนหลับไปแล้ว แต่นายทองพูลก็ทำท่าทีไม่พอใจ และหันไปพูดกับนายโสภณด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “มึงมาถีบรถให้กูหน่อย แ-่งเสียงดังไม่ได้” ซึ่งเป็นขณะเดียวกันที่พ่อของตนเดินออกมาจากบ้านและมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งอีกฝ่ายก็เริ่มจะไม่พอใจหลังจากนั้นพ่อของตนก็ชกอีกฝ่าย และเริ่มทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งตอนนั้นไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรง แค่ชกต่อยกันเพียงเล็กน้อย แต่นายทองพูลและนายโสภณนั้นไม่ยอม พร้อมกับตะโกนโวยวายเสียงดัง รวมถึงมีพวกมาสมทบอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน ทำให้นายทองพูลย้อนกลับมาชกพ่อของตนซ้ำอีกรอบ หลังจากนั้นตนและเพื่อนรวม 5 คน จึงเข้าช่วยพ่อและชกต่อยกับอีกฝ่ายจนได้รับบาดเจ็บหนัก ซึ่งตอนนั้นพวกตนก็ไม่ได้ใช้อาวุธแต่อย่างใด

นายโต (นามสมมติ) คู่กรณี

อย่างไรตาม หลังเกิดเหตุตนก็ไม่ได้หนีไปไหน และตนไม่ใช่เด็กแว้นที่ไล่ตามทำร้ายคู่กรณีอย่างที่เป็นข่าว เพียงแต่ไม่พอใจที่อีกฝ่ายขี่มอเตอร์ไซค์มาเบิ้ลหน้าบ้านตนเท่านั้น สิ่งที่ทำไปแล้วก็ย้อนกลับมาไม่ได้ แต่ตนก็จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลคู่กรณีทั้งหมด ซึ่งตอนทำตนก็ไม่คิด แต่พอเหตุมันเกิดไปแล้วตนก็รู้สึกเสียใจ และวันนี้จะไปเยี่ยมคู่กรณีและจะไปให้ปากคำที่โรงพัก

 

keyboard_arrow_up