จ่อเรียกตัวแทนจำหน่าย “บัตรพลังงาน” อ้างรักษาโรค ให้ปากคำ – ตรวจที่ตั้งบริษัท ปิดเงียบทั้ง 2 แห่ง

วันที่ 13 มิ.ย. 62 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.พรหมณัฐ เขตฮามคำไพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีชาวบ้านในอำเภออุบลรัตน์กว่า 20 ราย ซื้อบัตรสมาร์ตการ์ดที่อ้างว่าสามารถนำมาแตะตามร่างกายเพื่อรักษาอาการเจ็บปวด และรักษาได้สารพัดโรค โดยบัตรนี้มีการซื้อขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในราคา 1,100–1,500 บาท ระบุว่า ขณะนี้ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นได้ตั้งคณะทำงานเพื่อสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยได้ระดมพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นประสานความร่วมมือกับ สภ.อุบลรัตน์ และสภ.เขาสวนกวาง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นเรื่อง โดยในพื้นที่อำเภออุบลรัตน์ได้ให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำชาวบ้านที่ซื้อบัตรมาใช้ ว่าก่อนที่จะได้บัตรนี้มาใช้นั้นมีขั้นตอนกระบวนได้มาอย่างไร ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

พล.ต.ต.พรหมณัฐ เขตฮามคำไพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น

ส่วนในพื้นที่อำเภอเขาสวนกวาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านผู้ใช้บัตรให้การว่ามีการชักชวนชาวบ้านไปอบรม โดยจัดขึ้นที่ห้องประชุมของหน่วยงานหนึ่ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ภาพถ่ายในวันที่การจัดอบรม และจัดงานเลี้ยงมาแล้ว ซึ่งมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 30 คน โดยหลังจากนี้จะเรียกให้ผู้ที่ปรากฏในภาพเข้ามาให้ปากคำอย่างละเอียด ว่ามีความเป็นมาอย่างไร โดยเฉพาะผู้ที่เป็นตัวแทนจำหน่าย หากตรวจสอบพบว่าเคยมีการกระทำผิดในเรื่องนี้ ก็จะต้องมีความผิด

บัตรพลังงาน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบที่ตั้งบริษัทบัตรตามที่อยู่ที่แจ้งจดทะเบียนดังกล่าว พบว่าทั้ง 2 แห่ง คือที่ จ.สงขลา และกรุงเทพมหานคร เขตบึงกุ่มไม่เปิดทำการมาหลายวัน ซึ่งมีความน่าเชื่อว่าอาจจะมีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่า แม้บริษัทดังกล่าวจะจดทะเบียนเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจขายตรง แต่หากมีลักษณะการนำสินค้ามาเสนอขายที่เข้าข่ายโอ้อวดเกินจริง หรือมีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง เพื่อหลอกลวงผู้บริโภค ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ แต่หากเจ้าหน้าที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการหลอกลวง ก็สามารถดำเนินคดีได้เลย ในฐานะที่รัฐเป็นผู้เสียหาย

keyboard_arrow_up