หนุ่มคลั่งยิงญาติตาย 2 ศพในสวนพริก ก่อนระเบิดขมับตายตาม คนสนิทชี้หลอนยา (คลิป)


วันที่ 12 มิ.ย. 62 ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. เกิดเหตุการณ์ยิงแม่ลูกกันตายในสวนพริก ก่อนผู้ก่อเหตุยิงตัวตายตาม ที่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง โดยเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นญาติกับผู้ตาย และมีปัญหาทะเลาะกันเรื่องส่วนตัว นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติเรื่องยาเสพติดมาก่อน ภายหลังทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นางสาวรุ่งรุจี อิ่มใจจิต หรือ เบนซ์ อายุ 20 ปี และนางจำปี อิ่มใจจิต อายุ 53 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายจิรภรณ์ มีสม หรือ จิ อายุ 39 ปี

นายอดิศักดิ์ อิ่มใจจิต สามีและพ่อของผู้เสียชีวิต

โดยนายอดิศักดิ์ อิ่มใจจิต อายุ 49 ปี สามีและพ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า รู้สึกงงว่านายจิรภรณ์ยิงลูกสาวและภรรยาของตนทำไม เพราะก็เป็นเครือญาติกัน บ้านก็อยู่ตรงข้ามกัน เมื่อวานก็เห็นว่ายังคุยกันอยู่ดี ๆ จึงไม่รู้ว่าทำไมนายจิรภรณ์ถึงก่อเหตุเช่นนี้

นายชูชาติ มีสม พ่อนายจิรภรณ์

ด้านนายชูชาติ มีสม อายุ 67 ปี พ่อนายจิรภรณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองออกไปดูนาใกล้บ้าน ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด จนกระทั่งมีคนไปบอกว่านายจิรภรณ์ก่อเหตุยิงตัวเอง ซึ่งตนเองก็งงว่าเกิดจากอะไร เพราะไม่เคยมีสาเหตุทะเลาะกันรุนแรง ส่วนอาวุธปืนนั้นเป็นของตนที่เก็บไว้ป้องกันตัว โดยเก็บไว้ในห้องไม่รู้ว่านายจิรภรณ์ไปเอามาเมื่อใด

นายวิชาญ ขำสมบุญ ลูกพี่ลูกน้องของผู้ก่อเหตุ

ขณะที่นายวิชาญ ขำสมบุญ ลูกพี่ลูกน้องของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุก็ยังเห็นผู้ก่อเหตุอยู่ในบ้านด้วยอาการปกติ แต่สักพักตนก็ได้ยินเสียงปืนที่บริเวณสวนพริกจึงออกมาดู เพราะนึกว่าเป็นการจุดประทัดเล่นกัน แต่ภาพที่เห็นคือผู้ก่อเหตุกำลังกราดยิงคนในบ้านหลายนัด และพอหันมาอีกทีก็พบว่าผู้ก่อเหตุจ่อปืนมาที่ตนด้วย ตนจึงรีบก้มหัวหลบลูกกระสุนปืนด้วยความกลัว จากนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อปลอบภรรยากลัวว่าจะมีอาการช็อก เหตุการณ์หลังจากนั้นที่ผู้ก่อเหตุยิงตัวเองตายตนไม่ทราบ และไม่ได้ยินเสียงปืนแต่อย่างใด

ภาพจำลองเหตุการณ์

ส่วนนิสัยใจคอของผู้ก่อเหตุ นายวิชาญเล่าว่า ปกติก็เป็นพี่เป็นน้องคุยกันรู้จักกันอยู่แล้ว ก็เห็นเขาช่วยที่บ้านทำการทำงานปกติ ส่วนในเรื่องของยาเสพติดตนก็ทราบว่าผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติการเสพยาบ้า จนได้รับโทษมาจริง แต่ปัจจุบันเห็นว่าเลิกเสพยาแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ไม่เคยเห็นผู้ก่อเหตุมีอารมณ์รุนแรงหรือมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับใคร หลังจากเกิดเหตุ ตนเองก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เพราะเห็นว่าเป็นน้องคนหนึ่ง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีต่อไป

keyboard_arrow_up