เซียนพระทายาทเศรษฐีสุดช้ำ เมียรักสร้างตัวกัน 20 ปีหอบสมบัติ 16 ล้านหนี (คลิป)

วันที่ 8 มิ.ย. 62 นายกิตติ พจนานุภาพ อายุ 38 ปี หรือ “เซียนตั้มแปดริ้ว” ทายาทเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันชื่อดังย่านพนมสารคาม และธุรกิจขนส่งสินค้ารายใหญ่ใน จ.ฉะเชิงเทรา อีกทั้งเป็นนายกสมาคมจิตรางค์คนางค์อนุรักษ์พระเครื่องไทย ยอมรับว่าได้ถูกอดีตภรรยาวัย 42 ปี พร้อมด้วยแม่ยายวัย 66 ปี ร่วมกันลักทรัพย์สินจากภายในตู้เซฟบนห้องนอน ซึ่งเป็นพระเครื่องเนื้อพิเศษและเนื้อทองคำจำนวนกว่า 300 องค์ มูลค่าเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท พร้อมเงินสด 3 แสนบาท และถอนเงินออกจากในบัญชีธนาคารที่จะใช้สร้างบ้านรวม 4 บัญชี  11 ล้านบาท รวมมูลค่าเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 16 ล้านบาท

โดยวันที่เกิดเหตุเป็นวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา ตนเองกำลังจะกลับจากทำธุระเพื่อที่จะกลับบ้าน ภรรยาก็โทรศัพท์มาหาว่า อยากจะกินอะไรเดี๋ยวจะออกไปตลาดมาทำให้กิน แต่เมื่อตนกลับถึงบ้านก็พบว่าภรรยา แม่ยายและลูกหายตัวไป ขึ้นไปดูที่ห้องนอนพบว่าเสื้อผ้าหายออกไปจากตู้ ตอนนั้นตนยังไม่เชื่อว่าภรรยาจะทิ้งไป นอนรอให้เขากลับมาทุกคืน เพราะร่วมทุกข์ร่วมสุขกัมา 20 ปี ในอดีตครอบครัวกีดกันทุกอย่าง แต่ก็ฝ่าฟันมาด้วยกัน และมีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุได้ 11 ขวบ เมื่อก่อนภรรยาเป็นพนักงานในปั๊มน้ำมันของพ่อ ทำงานด้วยกันจนเกิดเป็นความรักและแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ตนทำงานได้เงินมา ก็จะให้ภรรยาเป็นคนเก็บเอาไว้ตลอด ไม่เคยที่จะเก็บเอง จนเรียกได้ว่าอยู่กันมา 20 กว่าปี ตนเองไม่เคยมีสมบัติเลยสักชิ้นเดียว

ตนเองเชื่อว่า อดีตภรรยาได้วางแผนเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างดี เนื่องจากได้ไปสอบถามครูประจำชั้นของลูกชายจนทราบว่า อดีตภรรยาได้มาแจ้งครูว่าลูกชายจะลาหยุดเรียนหลายวัน เนื่องจากจะไปทำธุระที่ต่างจังหวัด ส่วนเรื่องที่ว่าภรรยาจะมีชายอื่นหรือไม่นั้นตนเองไม่ทราบ เนื่องจากตอนที่อยู่ด้วยกัน ภรรยาก็ไม่เคยแสดงพิรุธอะไรให้เห็น

นายกิตติ พจนานุภาพ ผู้เสียหาย

นายกิตติบอกว่า อยากให้อดีตภรรยามาคุยกัน และอยากให้รับโทรศัพท์เพื่อตกลงกันว่าจำหาทางออกอย่างไร และอยากให้นำลูกมาคืน เพราะตนจะเป็นคนเลี้ยงดูเอง ลูกจะได้ไม่ต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ส่วนถ้าเลิกกันจะเอาเงินเพิ่มตนเองก็ยินดีที่จะให้ ยอมรับว่ายังรักเขาอยู่ แต่เรื่องนี้ไม่สามารถที่จะกลับมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้แล้ว ยินยันว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่เคยตบตีภรรยา ไม่เคยมีผู้หญิงอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม ตนเองได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.พนมสารคาม ให้ตำรวจออกหมายเรียกมาสอบสวนปากคำดำเนินคดีในข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย อดีตภรรยาก็ไม่มาตามนัด พร้อมบอกว่าจะส่งทนายความเพื่อมาแจ้งความตนอีก

keyboard_arrow_up