โหดกว่าที่คิด! แก๊งฆ่าโจ๋ 17 หมกศพป่าช้า ส่งลูกปืนขู่พยาน ใครปากโป้งตาย (คลิป)

จากกรณีที่พบศพชายหนุ่มขาโผล่ ถูกฆ่าฝังดินบริเวณกุโบร์หรือสุสานบ้านบ่อโชน หมู่ 7 ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 62 ทราบชื่อผู้ตายภายหลังคือนายปรีชา หรือ แอ อายุ 17 ปี โดยครอบครัวผู้ตายให้ข้อมูลว่า มีเพื่อนนายแอ 2 คนมารับตัวออกไปจากบ้าน ก่อนจะมาเจอเป็นศพ

จุดที่พบศพ

วันที่ 6 มิ.ย. 62 นางสาวนุ้ย (นามสมมติ) อายุ 25 ปี พี่สาวนายแอ เล่าว่า นายแอหายไปตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเพื่อน 2 คนขี่รถมารับออกไป ผ่านไป 2 วันก็ยังไม่กลับบ้าน จึงเข้าแจ้งความคนหายที่ สภ.จะนะ ก่อนที่ญาติ ๆ จะช่วยกันออกตามหา พยายามตามหาทุกวิถีทางอยู่ 12 วันจนมาพบว่าน้องกลายเป็นศพถูกฝังดินเมื่อวานนี้ ซึ่งบริเวณที่พบศพ ญาติก็เคยหามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วง 3-4 วันก่อน ห่างจากบ้านประมาณ 7-8 กิโลเมตร แต่ก็ไม่พบ เพราะพื้นดินตรงนั้นก็ฝังกลบดินปกติ ดูไม่ได้มีอะไรผิดสังเกต ตนได้สอบถามกับเพื่อน 2 คนที่ไปกับนายแอวันเกิดเหตุ แต่เพื่อนก็บอกว่าไม่รู้ และไม่ได้ซัดทอดอะไรถึงใคร ซึ่งญาติก็ไม่รู้ว่าน้องไปมีปัญหาอะไรกับใครบ้าง ส่วนนิสัยใจคอ ปกติน้องจะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด ไม่เคยมาปรึกษาปัญหากับที่บ้าน ส่วนมากอยู่กับพี่น้อง ไม่ค่อยติดเพื่อน มีออกไปเที่ยวบ้างตามประสาวัยรุ่น

นางสาวนุ้ย (นามสมมติ) พี่สาวนายแอ (เสื้อสีเขียว)

นางสาวนุ้ยเปิดเผยด้วยว่า นายแอมีพี่น้องฝาแฝดคนหนึ่ง ซึ่งนายแอเป็นแฝดผู้น้อง ทั้งสองคนจะสนิทกันมาก โดยแฝดผู้พี่เป็นคนอารมณ์ร้อน มักจะมีเรื่องมีราวกับอริอยู่บ่อย ๆ ตอนนี้อยู่สถานพินิจที่สงขลา ซึ่งครอบครัวก็สงสัยว่าเป็นประเด็นฆ่าผิดตัวหรือไม่

จุดที่คาดว่านายแอถูกทำร้าย

นอกจากนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่บริเวณกระท่อมกลางป่า ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่ผู้ต้องหานำตัวผู้ตายมาทำร้ายร่างกาย ก่อนจะนำศพไปฝังบริเวณกุโบร์ห่างออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร โดยรอบข้างเป็นป่าทึบ ถนนลูกรัง ซึ่งช่วงดึก ๆ จะไม่มีผู้คนสัญจร และไม่มีไฟฟ้า

โดยนางเทวี (นามสมมติ) แม่ของเพื่อนนายแอ เปิดเผยว่า คืนวันที่ 26 พ.ค. ลูกชายขี่รถออกไปกับเพื่อนอีก 2 คน แต่ก็ไม่รู้ว่าไปไหน จนตนเองมาทราบข่าวตอนเช้าจากแม่ของเด็กอีกคนหนึ่งที่ออกไปด้วยกัน ว่าลูกชายโดนขู่ทำร้ายแล้วปล่อยตัวกลับมา แต่มีคนหนึ่งไม่ได้กลับ ซึ่งพอลูกชายกลับมาที่บ้าน ตนก็สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ลูกชายก็ไม่บอกอะไร บอกเพียงแต่ว่าไม่รู้ แต่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจนผิดสังเกต จากแต่ก่อนไม่ค่อยสนใจแม่ กลับคอยโทรถามตลอดว่าแม่อยู่ไหน น้องอยู่ไหน กลับบ้านกันได้แล้ว เหมือนกังวลอะไรสักอย่าง

นางเทวี (นามสมมติ) แม่ของเพื่อนนายแอ (เสื้อสีส้ม)

หลังจากนั้นตำรวจเรียกตัวลูกชายไปสอบปากคำครั้งแรก ก็ยังไม่ให้ข้อมูลกับตำรวจ แต่หลังจากที่ตำรวจเรียกไปอีกครั้ง ประกอบกับพยานหลักฐานแวดล้อมเพิ่มเติมและแรงกดดัน ทำให้ยอมให้การกับตำรวจตามจริงว่า ขณะเกิดเหตุถูกผู้ต้องหาใช้ปืนจ่อหัวแล้วบอกว่า “ถ้ามึงปริปากบอกใคร ตายทั้งครอบครัว” และปล่อยตัวกลับมา ลูกชายเป็นห่วงถึงความปลอดภัยของแม่และน้อง จึงไม่กล้าบอกใครในตอนแรก และยังมีเหตุการณ์ขู่ทำร้ายอีกหลังจากที่เกิดเรื่องได้ประมาณ 5 วัน ซึ่งลูกชายก็เพิ่งมาบอกแม่ภายหลังว่า ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์เรียกให้ลูกชายออกไปพบ ทั้ง ๆ ที่ลูกชายก็รู้ว่าหากออกไปก็มีความเสี่ยงที่จะโดนทำร้ายหรือโดนฆ่า แต่ก็ยอมออกไปคนเดียว เพราะคิดว่าหากจะทำอะไรก็ให้ทำที่ตน จะได้ไม่ต้องยุ่งกับครอบครัว แต่ผู้ต้องหาไม่ได้ทำร้ายอะไร เพียงแต่ยื่นห่อกระดาษให้แล้วบอกว่าลูกพี่ฝากมา ซึ่งสิ่งที่อยู่ในห่อกระดาษนั้นก็คือลูกปืนขนาด .38 พร้อมกับย้ำว่าถ้าไปบอกเรื่องนี้กับใครจะโดนสิ่งนี้แน่ จนต้องยอมให้ข้อมูลทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด

นางเทวียังบอกอีกว่า ตอนนี้ครอบครัวก็หวาดผวามาก ต้องหนีไปอยู่ที่อื่น ไม่มีใครกล้าอยู่บ้าน เป็นห่วงลูกสาวด้วยเพราะน้องก็ยังเป็นวัยรุ่น อยู่กันแต่ผู้หญิง สามีก็เสียชีวิตไปนานแล้ว ก็กลัวว่าจะโดนทำร้ายตามคำขู่ กับลูกชายก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่อยากให้เขาใช้โทรศัพท์ ตอนนี้ก็รอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการอย่างเดียว

พ.ต.อ.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา

ด้านพ.ต.อ.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุได้เรียกเพื่อนสนิท 2 คนที่อยู่ในเหตุกาณ์มาสอบสวน โดยตอนแรกก็ยังไม่กล้าให้รายละเอียดอะไรมากนัก แต่หลังจากที่ตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม จึงยอมให้การว่า ก่อนเกิดเหตุทั้ง 3 คนไปพบกับกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อตกลงกันเรื่องยาเสพติด แล้วเกิดการทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธปืนข่มขู่ โดยนำตัวผู้ตายไปอีกที่หนึ่งเพื่อทำร้ายร่างกาย และใช้ปืนยิงผู้ตาย 5 นัด ก่อนนำศพไปฝังที่กุโบร์จนคนมาพบศพดังกล่าว

จากการสอบสวนยืนยันว่าเพื่อน 2 คนที่ไปด้วยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นผู้เสียหายเหมือนกัน เพราะขณะเกิดเหตุก็ถูกบังคับข่มขู่ไม่ให้ช่วยเหลือ และไม่ปล่อยตัวไปไหน พร้อมทั้งขู่จะเอาชีวิตทั้งครอบครัว ยืนยันว่าผู้ตายมีปัญหากับกลุ่มนี้จริง ไม่ได้เกี่ยวกับแฝดพี่ โดยคนร้ายมีประมาณ 7-8 คน แต่คนที่พยานระบุตัวได้มี 4 คน ซึ่งตอนนี้ออกหมายจับแล้ว

keyboard_arrow_up