ทหารเกณฑ์บุกยิงคนซ่อมมือถือ แค่ฉุนคำว่า “ช็อต” อึ้ง แค้นฝังใจหนีค่าย ชิงรถย้อนมาฆ่า (คลิป)

จากเหตุการณ์ที่ ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง บริเวณแยกตลาดควนกุน ริมถนนสาย สิเกา-กระบี่ ร้านซ่อมและขายโทรศัพท์มือถือ จุดเกิดเหตุที่นายนัฐพงศ์ ดำศรีสวัสดิ์ หรือ จัมมี่ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์ทหาร ประจำค่ายอิงคยุทธบริหาร มณฑลทหารบกที่ 46 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงนายพรสิทธิ์ ล้อมสุขศิริ อายุ 43 ปี เจ้าของร้าน 3 นัด จนเสียชีวิตคาร้าน ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตเป็นลูกเขยของนายสงวน อั้นเต้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (ส.อบจ.) เขต 1 อ.สิเกา

ภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด
นายนัฐพงศ์ ดำศรีสวัสดิ์ ผู้ต้องหา

วันที่ 2 มิ.ย. 62 บรรยากาศภายในงานบำเพ็ญกุศลศพ นายพรสิทธิ์ ล้อมสุขศิริ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีบรรดาผู้นำท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น และชาวบ้าน ร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

นายสงวน อั้นเต้ง พ่อตาของผู้เสียชีวิต

นายสงวน อั้นเต้ง อายุ 69 ปี พ่อตาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ มือปืนได้มาซื้อสายชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือที่ร้าน แล้วมือปืนได้นำสายชาร์จแบตมือถือกลับบ้านไป ช่วงต่อมาในวันเดียวกัน มือปืนได้กลับมาที่ร้านใหม่ แล้วแจ้งว่าสายชาร์จแบตที่ซื้อไปใช้การไม่ได้ ผู้ตายจึงได้บอกไปว่า “มันน่าจะช็อต” (ซึ่งภาษาใต้ คำว่าซ็อต ถ้าพูดกับบุคคล มีความหมายคือ เป็นคนสติฟั่นเฟือน หรือไม่สมประกอบ) หลังจากนั้นมือปืนเกิดอาการโกธร จึงเดินออกไปจากร้านทันที

ภาพจำลองเหตุการณ์

จากนั้น มือปืนก็กลับไปที่ค่ายทหาร จ.ปัตตานี สัปดาห์ผ่านมา มือปืนรายนี้ได้หลบหนีออกมาจากค่ายทหาร โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาจาก จ.ปัตตานี กลับมาที่ร้าน กระทั่งลงมือก่อเหตุอุกอาจ ส่วนประวัติมือปืนทราบว่าเคยต้องคดีฆ่าผู้อื่นในพื้นที่อำเภอสิเกา ซึ่งติดคุกมา 2 ปีกว่า หลังพ้นโทษมือปืนรายนี้อยู่กับแม่เพียงลำพัง ทำร้ายแม่บ่อยครั้ง จึงมีผู้ใหญ่ในพื้นที่ได้ส่งมือปืนรายนี้ให้ไปช่วยราชการอยู่ในค่ายทหาร จ.ปัตตานี

ในช่วงเวลาเกิดเหตุมือปืนได้วนรถอยู่หลายรอบจนได้จังหวะในร้านมีผู้ตายคนเดียว และหน้าร้านมีตาของภรรยานั่งอยู่หน้าร้าน คนร้ายได้เข้าไปยิงผู้ตาย 3 นัด แล้วขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านไปนอน จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ไปรวบตัว

นายณรงค์ รักษ์สุขา พ่อของผู้เสียชีวิต (ขวา)

ด้าน นายณรงค์ รักษ์สุขา อายุ 76 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีลางบอกเหตุ จนได้รับโทรศัพท์จากพ่อตา ว่าลูกชายโดนยิงเสียชีวิต ถึงกับอึ้งและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคิดไม่ถึงว่าลูกชายจะถูกยิง เจ้าตัวมาอยู่ที่ จ.ตรัง 15 ปี ไม่เคยมีเรื่องหรือปัญหากับใคร อีกทั้งพูดกันมาตลอดว่ามาอยู่ที่บ้านของพ่อตาอบอุ่นดี พาครอบครัวกลับบ้านเดิมที่ กทม.ทุกเดือนเมษายนของทุกปี เป็นคนขยันทำงานรักครอบครัวไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะแค่เรื่องเข้าใจผิดแค่นิดเดียว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ก่อเหตุส่งฝากขังต่อศาล จ.ตรัง แล้ว ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

keyboard_arrow_up