เมียน้อยพร้อมลูกรับวางแผนฆ่าผัวตำรวจ​ชิง 5​ แสน​ หลอกใช้เด็กไปรัดคอตอนหลับ (คลิป)

จากกรณีคืนวันที่ 31 พ.ค. 62 พบศพผู้เสียชีวิต ในหมู่ 7 ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม ทราบชื่อคือนายวีระชัย จิรัญดร อายุ 65 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจนครปฐมเกษียณอายุ ที่ท้ายทอย หัว มีบาดแผลทุบด้วยของแข็ง ที่คอมีรอยเชือกรัดคอ ตาบวมเขียวช้ำ

บ้านจุดเกิดเหตุ

ความคืบหน้า วันที่ 2 มิ.ย. 62 ที่ สภ.เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 4 ราย คือ นางสาวพรเพ็ญ พยาบาล อายุ 51 ปี ภรรยาคนที่ 2 ของผู้ตาย, นายปฏิภาณ อ่อนจิ๋ว อายุ 21 ปี ลูกเขย, นางสาวนันทวัน อายุ 19 ปี ลูกสาว และนายตั้ม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องผู้กำกับการ สภ.เมืองนครปฐม ก่อนนำตัวทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งมีนายต้อม (นามสมมติ) ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี

ผู้ต้องหาร่วมฆาตกรรม

พร้อมตั้งข้อหาผู้ต้องหา 3 ราย คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และจ้างวานบังคับขู่เข็ญ วานหรือยุยงส่งเสริมเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด ส่วนนายตั้ม และพรรคพวกอีก 1 ราย ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น สำหรับนายตั้ม อายุ 17 ปี พนักงานสอบสวนนำตัวฝากขังศาลเยาวชน

เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาสอบปากคำ

โดยทุกคนให้การรับสารภาพว่าร่วมกันวางแผน โดยเป็นการวางแผนของ นางสาวพรเพ็ญ ร่วมกับนางสาวนันทวัน และนายปฏิภาณ ใช้กลุ่มเพื่อนของนายปฏิภาณร่วมกันฆ่านายวีระชัย เนื่องจากโกรธแค้นที่นายวีระชัยดุด่า และข่มเหงจิตใจมาเป็นเวลานาน ก่อนที่นายตั้ม เป็นเพื่อนของนายปฏิภาณ และพวกอีก 1 คน เป็นผู้บุกเข้าไปฆ่านายวีระชัยในห้อง ทั้งนี้ นายปฏิภาณ ที่ต้องการฆ่าเพื่อล้างหนี้ เจ้าตัวรับสารภาพว่าติดยาเสพติดด้วย

ภาพจำลองเหตุการณ์

สำหรับพฤติการณ์คนร้าย ในวันเกิดเหตุภรรยาคนแรก อยู่หน้าร้านขายของชำ จากนั้นลูกสาว ลูกเขย และพรรคพวกจำนวน 4-5 คน นั่งดื่มเหล้าอยู่ที่หน้าร้าน ก่อนจะเริ่มมีการวางแผนให้ฆ่านายวีระชัย โดยทั้ง 3 คนเป็นผู้วางแผนร่วมกัน ก่อนจะไปติดต่อวานให้เพื่อน 2 คนในกลุ่ม คือนายตั้ม (นามสมมติ) และนายต้อม (นามสมมติ) ให้ฆ่านายวีระชัย จากนั้น ทั้ง 2 คนข้าไปในห้องพักซึ่งผู้ตายนอนอยู่ ก่อนจะทำร้ายร่างกาย ใช้เชือกรัดคอจนกระทั่งหมดแรง และใช้ก้อนอิฐทุบศีรษะจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหา ทำแผนฯ

หลังสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมเข้ม เพื่อรักษาความปลอดภัย มีชาวบ้านมารอดูการทำแผนจำนวนมาก โดยมีการตะโกนด่าทอผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เชือกกั้นไว้เพื่อไม่ให้มีการรุมประชาทัณฑ์

นางสาววันวิสา วันครองโชค ภรรยาคนแรกของผู้ตาย

นางสาววันวิสา วันครองโชค อายุ 62 ปี ภรรยาคนแรกของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจและโล่งใจมาก ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว และเป็นแบบที่ตนคิดไว้ไม่ผิด ที่ภรรยาคนที่สอง ลูกเขย และลูกสาว สมรู้ร่วมคิดจ้างวานคนมาฆ่า

ทั้งนี้ ตนมีลางสังหรณ์ระแวง และไม่ไว้ใจภรรยาคนที่สอง เนื่องจากสามีมักมาเล่าระบายเรื่องกลุ้มใจ เครียด ให้ฟังเสมอ ส่วนกรณีที่สามีข่มเหงจิตใจนั้น ตนมองว่าไม่จริง เพราะสามีเป็นคนพูดจาดี คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่มีเงินที่นำไปปล่อยกู้มาคืนให้สามีตนมากกว่า จึงฆ่าล้างหนี้จำนวน 5 แสนบาท ภายหลังจากเกิดเหตุ ตนเสียใจเพราะสามีตนดีกับภรรยาทุกคน ตนไม่ต้องการให้ภรรยาคนที่สองหรือผู้ก่อเหตุเข้ามาขอโทษ ขอขมาแต่อย่างใด อยากให้จบสิ้นกันไป ตนพร้อมที่จะอโหสิกรรมให้ ในฐานะหัวอกผู้หญิงด้วยกัน และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

นางสาวอุษา จิรัญดร ลูกสาวของผู้ตาย

นางสาวอุษา จิรัญดร อายุ 38 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจและสลดใจที่พ่อเสียชีวิต ด้วยฝีมือภรรยาคนที่สอง ตรงตามที่ตนคาดคิดไว้ โดยเฉพาะยิ่งเห็นคราบเลือดพ่อขณะที่มาประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณ ตนยิ่งรู้สึกเสียใจที่พ่อถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมจากคนใกล้ตัว และวันนี้ตั้งใจมาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อยากเจอผู้ต้องหาทั้งหมด ไม่เข้าใจว่าพวกเขาทำไปเพราะอะไร ฆ่าพ่อตนทำไม อีกทั้งวันเกิดเหตุยังกล้าโกหก อ้างว่าไม่ได้วางแผนฆ่าพ่อ ทั้งยังปฏิเสธไปกินหมูกระทะ ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะพ่อของตนดีกับครอบครัวผู้ต้องหา เลี้ยงดูหาที่อยู่ให้พักอาศัย เซ้งร้านค้าให้ค้าขายเพื่อหาเลี้ยงตัวเองได้

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ตนขอบคุณ แต่ถ้าแลกได้ อยากได้ชีวิตพ่อกลับมามากกว่า และตนขออโหสิกรรมให้ ไม่คิดผูกใจเจ็บ ให้คนก่อเหตุทั้งหมดได้รับกรรมของตัวเองไป

keyboard_arrow_up