หนุ่มขี่เวฟ จอดข้างบิ๊กไบก์ขี้หวง กลัวรถเป็นรอยคว้าเหล็กฟาดหัวต่อหน้าลูก ยันไม่เบียด (คลิป)

วันที่ 1 มิ.ย. 62 ความคืบหน้ากรณีตำรวจ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งจากนายขวัญชัย ชาวสมุทรสาคร เป็นช่างซ่อมแอร์ มาพร้อมภรรยาและลูกสาววัย 4 ขวบ ว่าโดนถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ เป็นแผลฉีกขาดที่ศีรษะเย็บ 6 เข็ม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าลูกและภรรยา ทั้งที่ไม่รู้จักกับคนก่อเหตุเป็นการส่วนตัว แต่เขาไม่พอใจที่ไปจอดรถด้านข้าง จึงกระหน่ำทำร้าย

นายขวัญชัย พร้อมภรรยาและลูกเข้าแจ้งความ

โดยนางสาวอาย (นามสมมติ) อายุ 20 ปี คนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุมีเจ้าของรถบิ๊กไบก์โวยวายขึ้นมาว่า รถจักรยานยนต์รุ่นเวฟที่จอดอยู่ด้านข้างเป็นรถของใคร ไม่นานชายเจ้าของรถเวฟก็แสดงตัว โดยเจ้าของรถบิ๊กไบก์อ้างว่า รถเวฟมาจอดชิดอยู่ด้านข้าง จะทำให้รถบิ๊กไบก์ออกจากซองได้อย่างไร จากนั้นก็พบว่าชายหนุ่มทั้ง 2 คนเริ่มมีปากเสียงทะเลาะกัน โดยคนขี่รถเวฟบอกหนุ่มบิ๊กไบก์ว่าให้พูดคุยกันดี ๆ ก็ได้ ช่วงเวลาเกิดเหตุยอมรับว่ามีคนเห็นเหตุการณ์ค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง กลัวว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะมีอาวุธ

นางสาวอาย (นามสมมติ) คนเห็นเหตุการณ์

จากนั้นคนชายรถเวฟยอมถอยรถออกไปจอดที่อื่น แต่หนุ่มบิ๊กไบก์ก็พยายามหาเรื่องต่อ โดยอ้างว่าชายรถเวฟมองหน้าหาเรื่อง จากนั้นไม่นาน หนุ่มบิ๊กไบก์ก็หยิบอาวุธออกมาแล้วฟาดไปที่ศีรษะของชายรถเวฟทันที จากนั้นชายรถเวฟก็รีบไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ทำให้หนุ่มบิ๊กไบก์ที่มาพร้อมกับผู้หญิงอีกคนขึ้นรถหลบหนีออกไป แต่ช่วงเวลาที่หนุ่มบิ๊กไบก์ก่อเหตุเสร็จแล้ว หญิงสาวที่มากับหนุ่มบิ๊กไบก์ก็ได้ตักเตือนและดุด่าว่ากล่าว ว่าทำไมทำตัวแบบนี้ ทำไมทำนิสัยแบบนั้น ส่วนอาวุธหนุ่มบิ๊กไบก์ใช้ก่อเหตุอยู่ในกระเป๋าพกพา เป็นท่อนเหล็กที่สามารถพับได้

นายขวัญชัย ตานเล็ก ผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายขวัญชัย ตานเล็ก หรือ เผือก อายุ 30 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ บอกว่า ตนเองพร้อมภรรยาและลูกพากันขี่รถไปซื้อส้มตำ ซึ่งบริเวณจุดจอดรถมอเตอร์ไซต์มีช่องว่างอยู่ด้านข้างรถบิ๊กไบก์คันดังกล่าว ตัวเองจึงนำรถเข้าไปจอด หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปสั่งส้มตำ กระทั่งได้ยินคนตะโกนถามว่า รถเวฟที่มาจอดด้านข้างบิ๊กไบก์เป็นรถของใคร ตนจึงเข้าไปแสดงตัว ซึ่งเขาก็ถามกลับมาว่า ไม่เห็นหรือว่าจอดรถชิดขนาดนี้ จะโดนรถบิ๊กไบก์อยู่แล้ว ซึ่งตนยืนยันว่ายังมีช่องว่างของระยะห่างระหว่างรถ 2 คันอยู่ ตนเองก็ได้ถามกลับไปว่า ทำไมต้องใช้น้ำเสียงแบบนี้ บอกดี ๆ ก็พร้อมที่จะขยับให้ จากนั้นจึงเข้าไปถอยรถออกห่างจากรถบิ๊กไบก์เพื่อไปจอดอยู่อีกจุดหนึ่ง เพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลาย

จากนั้นตนเองก็กลับไปยืนรอคิวส้มตำจากแม่ค้า แต่รถบิ๊กไบก์ซึ่งมาถึงก่อนได้รับส้มตำจากแม่ค้าไปแล้ว กำลังจะถอยรถออกจากจุดเกิดเหตุ ได้หันกลับมาถามตัวเองว่ามองหน้าหาเรื่องทำไม ซึ่งในจังหวะนั้นไม่ได้มีปากเสียงอะไรเพิ่มเติม เพราะพูดคุยไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยหนุ่มบิ๊กไบก์ได้หยิบอาวุธออกมาจากกระเป๋า เป็นเหล็กพับได้ มีลักษณะเป็น 3 ท่อน ออกมาและฟาดเข้าที่ศีรษะของตนเองหนึ่งครั้งจนมีบาดแผล เย็บ 6 เข็ม ยืนยันว่าตนเองไม่ได้มองหน้าเพื่อหาเรื่อง แต่เป็นการมองดูทั่วไปตามปกติ

บาดแผลที่ศีรษะ

จนถึงทุกวันนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวคนขับขี่รถบิ๊กไบก์ได้ว่าเป็นใคร แต่ตนจำหน้าได้ชัดเจน ส่วนตัวอยากให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้จะเป็นจำนวนเงินไม่มาก เพียงแค่ 600 บาท แต่ก็ต้องทำให้เสียการงาน เพราะต้องลางาน ซึ่งหากจะแสดงความรับผิดชอบหรือเข้ามาขอโทษตนเองก็พร้อม ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย

 

keyboard_arrow_up