เปิดนาทีอุกอาจ! นศ.แทงกันในมหา’ลัยฯ เจ็บ 3 พยานช็อกซุกดาบยาว ปิดหน้าไล่ฟัน (คลิป)

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “์Nicha Nirasawong” ลงเรื่องราวพร้อมภาพประกอบ ระบุว่า “ในสถานศึกษาแท้ๆ..ยังแทงกันได้ วันนี้ 31/05/62 เวลา 16.50น. ตรวจสอบเหตุทำร้ายร่างกายภายในมหาวิทยาลัยราชมงคลกรุงเทพ ถนนนางลิ้นจี่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย จำนวน 3 ราย อาวุธมีด สองรายมีบาดแผลที่หัวและที่ลำคอ กู้ภัยเมฆา012 ให้การช่วยเหลือ นำส่ง รพ.เซ็นต์หลุยส์ ทั้งสองราย ส่วนอีกรายโดนแทงที่ท้อง กู้ชีพจุฬาฯ ให้การช่วยเหลือ นำส่ง รพ.จุฬาฯ ในที่เกิดเหตุยังพบกระสุนไม่ทราบรุ่นและขนาด ตกอยู่จำนวน 1 ปลอก พื้นที่รับผิดชอบ สน.ทุ่งมหาเมฆ”

ภาพผู้บาดเจ็บที่มีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก

ความคืบหน้าวันที่ 1 มิ.ย. 62 นายพงษ์ (นามสมมติ) รปภ. ของสถาบันดังกล่าว เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนเองกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยเห็นกลุ่มนักเรียนประมาณ 10 กว่าคน แต่งกายชุดธรรมดา เดินผ่านป้อมยามเข้าไปจุดที่กลุ่มคนเจ็บนั่งอยู่ โดยมีการสวมหมวกกันน็อกบางส่วน บางส่วนเดินตัวเปล่า แต่ไม่เห็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ คาดว่าอาจจะซุกซ่อนมาในกระเป๋า จากนั้นไม่นานกลุ่มเด็กที่เดินเข้าไปก็วิ่งตรงดิ่งออกมา ทะลุออกไปด้านหลังโรงเรียน ซึ่งคาดว่ามีรถจอดรออยู่บริเวณดังกล่าว โดยมีคนหนึ่งเผลอทำมีดด้ามยาวหล่นจากกระเป๋าแล้วก้มเก็บ ตนเองจึงสันนิฐานว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่นอน ไม่นานแม่บ้านที่อยู่ใกล้กับกลุ่มคนเจ็บตะโกนบอกว่า มีเด็กฟันกัน ตนเองจึงได้วิทยุแจ้งตำรวจและอาสากู้ภัยนำรถโรงพยาบาลเข้ามาที่จุดเกิดเหตุ แต่ทั้งนี้แม้ว่าจะพบกระสุนปืนภายในจุดเกิดเหตุ แต่ตัวเองไม่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น

ภาพจำลองเหตุการณ์

ในขณะนั้นตนเองไม่ได้ตามกลุ่มเด็กที่ก่อเหตุออกไป เพราะเด็กมากันหลายคนและมีอาวุธ และยังต้องต้องทำหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกรถที่มาร่วมงานสัมมนา โดยรปภ.ยังบอกอีกว่า เด็กมักมีเรื่องในวันที่มหาวิทยาลัยมีงาน ซึ่งเป็นการอาศัยช่วงเวลาที่มีคนเยอะก่อเหตุ ส่วนคนก่อเหตุตนเองจำไม่ได้ว่ามีใคร แต่ถ้าเห็นหน้าก็จะรู้ทันที เพราะจะมีพวกที่เกเรไม่ดี กลุ่มที่มักจะสร้างเรื่องราวบ่อยครั้ง

นายพงษ์ (นามสมมติ) รปภ. ผู้เห็นเหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุตำรวจได้เข้ามาเก็บหลักฐาน และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่เห็นเหตุการณ์ โดนตำรวจพยายามสอบถามกลุ่มคนเจ็บ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใด ๆ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าอาจเกิดจากเรื่องขัดแย้งกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะต่างสาขา และการแข่งกันจีบหญิง จึงทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา

keyboard_arrow_up