แม่เด็ก 12 เดือด รถเมล์เร่งเครื่องกระชากทำลูกสาวตก คนขับ-กระเป๋าไม่แยแสจะช่วย อ้าง “ก็เด็กตกเอง”

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์รูปภาพเด็กนักเรียนหญิง กำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมข้อความว่า ลูกสาวกับเพื่อนนั่งรถเมล์สาย 52 ขึ้นจากสะพานแดง จะลงซอยประดิพัทธิ์ 15 พอใกล้ถึงซอย 15 ลูกสาวก็กดกริ่ง คนขับไม่ยอมจอดให้ลง ลูกสาวกับเพื่อนก็พยามยามกดกริ่ง เพื่อจะให้จอด คนขับน่าจะโมโหที่กดกริ่งบ่อย เลยเหยียบคันเร่งกระตุกอย่างแรงจนลูกเสียหลักล้มตกลงมา ตรงหน้าร้านสะดวกซื้อ ซอยประดิพัทธ์ 19 กระเป๋ารถเมล์ก็เห็นว่าเด็กตกรถ ทำไมไม่ลงมาดูเด็กบ้าง พ่อเค้าขับรถตามไปจนถึงจตุจักร เรียกลงมาคุยก็ไม่ลง บอกว่าเด็กมันตกเอง

อาการบาดเจ็บของเด็กหญิง อายุ 12 ปี

ล่าสุด วันที่ 31 พ.ค. 62 นางประเสริฐ วานิชวงศ์วรรณ แม่ของเด็กหญิงปลื้ม อายุ 12 ปี ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุลูกสาวตนเพิ่งเลิกเรียน นั่งรถเมล์สาย 52 มาพร้อมกับเพื่อน เพื่อจะกลับบ้านในซอยประดิพัทธ์ 15 เเต่พอใกล้ถึงซอย 15 ลูกสาวได้กดกริ่งเพื่อจะลง ปรากฎว่ารถเมล์ไม่จอด ลูกสาวเลยกดกริ่งย้ำ ๆ จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ซอยประดิพัทธ์ 19 รถไหลไปเรื่อย ๆ ขณะกำลังจะจอด ลูกสาวก็ยืนรออยู่ที่ประตูเพื่อเตรียมลง คนขับเหยียบเร่งรถ ทำให้รถเกิดกระตุก ลูกสาวพลาดเเละตกลงไปที่พื้น เกิดบาดเเผลถลอกที่ขาเเละเเขน ศีรษะฟกช้ำ เนื่องจากฟาดกับขอบประตู เเต่คนขับเเละกระเป๋าไม่ได้ลงมาดู

นางประเสริฐ วานิชวงศ์วรรณ เเม่ของเด็กผู้บาดเจ็บ

หลังจากนั้น พ่อเด็กได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ตามไป โดยมีลูกสาวนั่งซ้อนท้ายไปด้วย โดยตามไปทันเเถวจตุจักร เเละเกิดปากเสียงกันขึ้น เเต่คนขับไม่ยอมลงมาเคลียร์ โดยบอกเเต่เพียงว่าเด็กตกลงมาเอง สำหรับอาการของลูกสาวในขณะนี้ดีขึ้น ออกจากโรงพยาบาล เละไปโรงเรียนได้ตามปกติ เเต่หลังจากเกิดเหตุก็ไม่กล้าให้ลูกสาวขึ้นรถสายนี้อีก และให้พ่อคอยรับ-ส่งเเทน

นางประเสริฐ กล่าวต่อว่า ปกติตนจะบอกลูกสาวเสมอ ว่าถ้าหากเจอรถเมล์คันไหนขับไม่สุภาพ ให้จดหมายเลขรถเเละป้ายทะเบียนไว้ที่ข้อมือ วันนั้นรถคันนี้ก็ขับไม่สุภาพ เพื่อนของลูกสาวจึงได้เขียนหมายเลขรถไว้ที่ข้อมือ จนตามไปเจอรถคันนี้ในที่สุด ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนโมโหมาก จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวนี้ลงเฟซบุ๊ก

ถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ได้ไปเเจ้งความกับตำรวจไว้เเล้ว ซึ่งคู่กรณีนัดไกล่เกลี่ยวันจันทร์ สิ่งที่คาดหวังคืออยากจะให้เขารับผิดชอบลูกสาวตนบ้าง เพราะในขณะนี้เขาก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะรับผิดชอบ เเละอยากจะให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถ เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายกับคนอื่นอีก เเละถ้าหากวันนั้นลูกสาวตนตก เเละมีรถตามหลังมาชนจะเป็นอย่างไร

นางวิรัตน์ นิลวงษ์ ผู้เห็นเหตุการณ์

ด้านนางวิรัตน์ นิลวงษ์ อายุ 57 ปี เเม่ค้าที่ขายผลไม้อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ วันพุธช่วงเย็น ตนนั่งขายผลไม้อยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ เห็นรถเมล์ขับผ่านหน้าเพื่อเตรียมจอด จากนั้นได้ยินเสียงดัง “ตุ๊บ” จึงหันไปดู เห็นเด็กนักเรียนหญิงตกจากรถเมล์พับเพียบอยู่ที่พื้น โดยที่มีเพื่อนของเด็กประคองออก ตนก็ตกใจเเละได้ถามเด็กว่า “เป็นอะไรมากไหมลูก” เด็กก็ตอบว่าไม่เป็นอะไร โดยที่คนขับรถเมล์ เเละกระเป๋ารถเมล์ ไม่ได้ลงมาดูเด็ก เเละขับออกไปทันที

ทั้งนี้ ตนคาดว่าเด็กคงจะก้าวเเล้วพลาด เเละเท่าที่สังเกตรถเมล์ก็ไม่ได้ขับเร็ว เพราะถนนเส้นนี้รถค่อนข้างติด อย่างมากก็ได้เเค่ไหลไปเรื่อย ๆ ส่วนพฤติกรรมของคนขับรถ ตนไม่ทราบ

keyboard_arrow_up