เหยื่อโผล่อีก ร้านทองฉาวอ้างคอเคล็ด ขนาดเพื่อนซี้โดนเฉียดล้าน – เจ้าของเผยคืนแน่ ไม่เบี้ยว (คลิป)

กรณีนายพีระภัทร ถาบรรดิษฐ์ โพสต์คลิปโต้เดือดกับร้านทอง หลังไปไถ่ทองหนัก 2 บาท ที่จำนำเอาเงินมาแค่ 2,000 บาท แต่เจอร้านบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ทองคืนตามกำหนด หลังจากนั้นจึงเข้าแจ้งความที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ต่อมามีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความว่าเจอเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว จากร้านทองร้านเดียวกัน โดยหลังจากนั้นมีผู้เสียหายบางราย รวมทั้งนายพีระภัทรได้รับทองคืนกลับมาแล้วนั้น

วันที่ 30 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ มีผู้เสียหายจำนวน 4 ราย จากร้านทองดังกล่าว พร้อมด้วยายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความและติดตามความคืบหน้าคดี

ผู้เสียหายและทนายความเข้าแจ้งความที่ สน.ราษฎร์บูรณะ

โดยน.ส.เอื้องฟ้า บุญบรรลุ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ตนได้นำสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาทไปจำนำไว้ที่ร้านในราคา 5,000 บาท ตอนนั้นได้เจอเจ้าของร้านทอง และออกเอกสารเรียบร้อย เมื่อทราบข่าวกรณีนายพีระภัทรในวันที่ 16 พ.ค. จึงเกิดความไม่สบายใจและได้เข้าแจ้งความไว้ในวันรุ่งขึ้น

ระหว่างนั้นก็พยายามติดต่อขอทองคืน แต่ร้านก็มักจะบ่ายเบี่ยงว่าป่วย ไม่สามารถเอาทองมาคืนได้ อ้างว่าคอเคล็ด และขอเลื่อนมาเรื่อย ๆ ทำให้ตนเชื่อว่าทองไม่ได้อยู่ที่ร้านอย่างแน่นอน

น.ส.เอื้องฟ้า บุญบรรลุ ผู้เสียหาย

ด้านนายจอม (นามสมมติ) ผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 61 บริษัทที่ตนทำงานอยู่ได้ติดต่อซื้อขายทองคำรูปพรรณ จำนวน 70 เส้นกับร้านทองดังกล่าว เพื่อจะนำไปเป็นโปรโมชั่นแจกกับลูกค้า บริษัทจึงโอนเงินจำนวนไป 704,600 บาท แต่บริษัทได้รับทองไม่ครบ ขาดอีก 16 เส้น คิดเป็นเงินราคา 297,600 บาท และไม่สามารถตกลงกับร้านทองว่าจะดำเนินการอย่างไร จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 พ.ย.61

นายจอม (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

จากนั้นบริษัทได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้กับร้านทอง เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าร้านทองไม่มีทองและจะคืนเงินตามมูลค่าที่ตกค้าง โดยจะแบ่งชำระเป็นงวดละ 7,500 บาทต่อเดือน รวมไม่เกิน 36 เดือน และจะทำการจ่ายด้วยเช็ค โดยในใบรับสภาพหนี้ได้มีการเขียนข้อความลงท้ายด้วยว่า “หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้งวดหนึ่งงวดใดก็ดี ผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดก็ดี ถือว่าผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด ยินยอมให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับคดีได้ทันที พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ผิดนัด จนกว่าจะชำระหนี้ครบถ้วน”

ต่อมาร้านทองก็ได้สั่งจ่ายเช็คให้กับบริษัทจำนวนทั้งสิ้น 36 ฉบับ แต่เมื่อนำไปขึ้นเงินกับธนาคาร กลับได้รับแจ้งว่า ยอดเงินในบัญชีไม่พอจ่าย บริษัทจึงได้ติดตามกับร้านทอง แต่บางทีร้านก็ไม่รับสาย หรือบางครั้งก็ส่งคนไปที่ร้าน แต่ร้านก็บอกว่าเดี๋ยวจะโอนเงินมาให้ ซึ่งก็ยังไม่ได้ดำเนินการ

นางฤทัย (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

ขณะที่ นางฤทัย (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้จักกับเจ๊หมวย เจ้าของร้านทองดังกล่าวเพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ ป.5 และคบหากันเรื่อยมาจนปัจจุบันเป็นระยะเวลา 40 ปี ที่ผ่านมาเพื่อนเป็นคนดีคอยช่วยเหลือตลอด กระทั่งช่วง ต.ค. 60 เจ๊หมวยได้บอกว่าขอยืมเงิน เพราะร้านขาดสภาพคล่อง ต้องนำเงินไปจ่ายค่าทองที่รับมาขายที่ร้านประมาณ 7 แสนบาท ตนจึงกำหนดเวลาให้คืนเงินภายใน 2 เดือน เพราะคิดว่าช่วงปลายปี จากนั้นไม่นานก็มาขอยืมเงินอีก 3 แสนบาท อ้างว่าจะไปรับจำนำทอง พร้อมยื่นข้อเสนอจะจ่ายดอกเบี้ยให้ตน 3% แต่ตนขอรับเพียง 2% ซึ่งตนก็ได้บอกเพื่อนไปว่า เงินที่ให้ยืมไป เป็นเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต

หลังจากนั้นก็ได้มาขอยืมเงินอีก 4 แสนบาท อ้างว่าหลานประสบอุบัติเหตุต้องใช้เงิน รวมเงินที่ให้ยืมไปและยังไม่ได้คืนมากกว่า 1 ล้านบาท จนตนตัดสินใจเดินทางไปหาที่ร้าน ก็ต้องตกใจเพราะที่ร้านกลับไม่มีทอง และอ้างกับตนว่าร้านขาดสภาพคล่องตั้งแต่ร้านอีกสาขาโดนปล้น และคนในครอบครัวก็ไม่สบาย ใช้เงินหมดเงินไป 5-6 ล้านบาท ตนจึงให้อีกฝ่ายเขียนเอกสารยืนยันว่าจะจ่ายหนี้ให้ โดยการจ่ายเช็คให้ แต่พอนำเช็คไปขึ้นเงินก็พบว่าเช็คเด้ง โดยเจ้าตัวอ้างว่าลืมเอาเงินเข้าบัญชี แต่หลังจากนั้นผ่านมา 4 งวด ก็ยังไม่มีเงินให้ ตนจึงต้องมาแจ้งความ

นางฤทัยบอกว่าตกใจเมื่อเห็นข่าวเพื่อน และหวังให้เพื่อนคลี่คลายปัญหาให้ได้โดยเร็ว เพราะก่อนหน้านี้ตนก็ทักไปถามว่า เจ๊หมวยมีปัญหาอะไรให้บอก จะได้ช่วยกันหาทางแก้ไข และตนก็ให้คำแนะนำว่าให้นำบ้านและรถมาใช้คืน แต่เจ๊หมวยกลับบอกว่านำไปจำนองหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับเพื่อนคนนี้ตนเปรียบเสมือนญาติอีกคนหนึ่ง หลังจากนี้ตนก็ขอรอดูพฤติกรรมเพื่อนว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังตอบไม่ได้ว่าจะเลิกคบหรือไม่ แต่อยากเตือนว่าอย่าสร้างเวรสร้างกรรมไปมากกว่านี้เลย เพราะแค่ที่ทำกับตนซึ่งเป็นเพื่อนก็มีเวรกรรมมากพออยู่แล้ว และรู้สึกสงสารตัวเองเพราะเงินเก็บทั้งชีวิตหมดแล้ว จึงหวังให้ทนายความและสื่อช่วยตามเรื่องดังกล่าวให้

ภาพจากคลิปที่ถูกเผยแพร่

อย่างไรก็ตาม เจ้าของร้านทองดังกล่าว เปิดเผยว่า ตอนนี้ทยอยนัดลูกค้าผู้เสียหายไว้แล้ว ซึ่งจะมีนัดคืนทองวันพรุ่งนี้ 1 ราย ส่วนอีก 1 ราย จะเป็นวันเสาร์ ซึ่งผู้เสียหายก็ไม่ได้ว่าอะไร ตอนนี้ร้านยังคงค้างคืนทองไว้อยู่ 3-4 ราย มูลค่ารวมไม่ได้มากมาย

ส่วนเรื่องกู้ยืมเงินเพื่อนหลักแสนบาทนั้น ตนเองยังไม่ได้คุย โดยขอให้เคลียร์แต่ละรายเรื่องทองที่ค้างอยู่ก่อน จึงค่อยเคลียร์เรื่องเงินกู้ยืม

keyboard_arrow_up