แพะโผล่อีก โยง “ยาบ้าลังส้ม” งัดวงจรปิดสู้ ตอนขนยาอยู่ที่อื่น เหตุซวยเพราะรถ (คลิป)

จากกรณีครอบครัวผู้ต้องหาในคดียาเสพติดในลังส้ม ร้องเรียนผ่านอมรินทร์ทีวี ว่ามีคนในครอบครัวโดนจับข้อหาร่วมกันขนส้ม ซุกยาบ้า 52,000 เม็ด ทั้งที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่บ้าน ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และมีกล้องวงจรปิดระบุพิกัดเป็นหลักฐานชัดเจน โดยตำรวจอ้าวว่ารถที่ถูกจับได้ เป็นรถที่ครอบครัวใช้งาน จึงขยายผลจับกุม

นายอรรถพล สันประเสริฐ ผู้ต้องหา

ทั้งนี้ รถถูกขายไปให้ญาติเกือบ 1 ปี และมีเอกสารการซื้อขาย จนกระทั่งญาตินำรถไปขายอีกทอด แต่ไม่มีการโอนเล่ม ตำรวจจึงเรียกไปพบ สุดท้ายตำรวจอ้างว่าคนขับเป็นผู้ชาย เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามกล้องวงจรปิดที่ปรากฏ แต่เห็นหน้าไม่ชัด จึงจับกุมเป็นผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคดีเดียวกันกับที่นายพิชิต เชิดธรรม ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เนื่องจากเป็นผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ตาม การขนยาเสพติดเป็นคดีร้ายแรง มีโทษสุงสุดถึงขั้นประหารชีวิต (อ่าน : พ่อค้ายิ้มออก เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวซุกยาบ้าในลังส้ม – เมียเลิกคิดฆ่าตัวตาย ดีใจได้อยู่พร้อมหน้า)

ผู้เกี่ยวข้องกับการซื้อ-ขายรถ คันที่ถูกตำรวจจับกุม

ลำดับเหตุการณ์ ปี 2560 น.ส.กุลพัสสร์ ต้องการซื้อรถยนต์ แต่มีข้อมูลทางบัตรเครดิตไม่ดี จึงใช้ชื่อของนางทิพาพร แม่ของนายอรรถพล สันประเสริฐ ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นญาติกัน เป็นคนออกรถให้ จากนั้น น.ส.กุลพัสสร์ ต้องการเปลี่ยนรถใหม่ จึงขายคันเก่าต่อให้กับนายนรา ในวันที่ 16 ต.ค. 60 จากนั้น นายนราประกาศขายรถคันดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊ก วันที่ 27 ม.ค. 61 จนกระทั่งวันที่ 3 ม.ค. 61 น.ส.ฟ้า เป็นคนซื้อรถต่อจากนายนรา โดยเซ็นสัญญาการซื้อขายแบบโอนลอย ซึ่งชื่อเจ้าของรถยังเป็นของนางทิพาพร

ต่อมา วันที่เกิดเหตุ 27 เม.ย. 62 มีการจับยาบ้าในลังส้ม 52,000 เม็ด พบว่ารถคันดังกล่าวอยู่บริเวณหน้าตึกแถวที่ตึกเกิดเหตุ พร้อมกับมีภาพจากวงจรปิดที่มีชายรายหนึ่งออกจากรถ แต่ภาพไม่ชัด จากนั้นตำรวจก็มาล็อกตัวนายอรรถพล ลูกชายของนางทิพาพร และนายอรรถพลกลายเป็นผู้ต้องหาในคดี ถูกคุมขังในเรือนจำจนถึงปัจจุบัน

ภาพจากกล้องวงจรปิด นายอรรถพลที่ทำงานของน้องสาว

โดยญาติเปิดเผยกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุ ที่บันทึกเหตุการณ์ขณะที่นายอรรถพลขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งน้องสาวถึงที่ทำงาน เวลา 08.38 น. แล้วขี่รถกลับออกมา

ภาพจากกล้องวงจรปิด นายอรรถพลที่บ้านพ่อ ย่านประชาราษฎร์

จากนั้น เวลา 11.00 น. นายอรรถพล ขี่จักรยานยนต์มาที่บ้านของพ่อ ย่านประชาราษฎร์

ภาพจากกล้องวงจรปิด นายอรรถพลที่ร้านสะดวกซื้อ

จนกระทั่งช่วงค่ำ นายอรรถพล เดินทางกลับมารับน้องสาวที่บริษัท แล้วแวะที่ร้านสะดวกซื้อในซอยสังขสันติสุข 34 ก่อนจะถึงบ้านในเวลา 21.00 น. ซึ่งขัดแย้งกับช่วงเวลาที่ตำรวจจับกุมยาบ้าที่ย่านตลาดไทยในเวลา 10.00 น.

นางทิพาพร เกตุประสิทธิ์ แม่ของผู้ต้องหา

ล่าสุด วันที่ 30 พ.ค. 62 นางทิพาพร เกตุประสิทธิ์ อายุ 49 ปี แม่ของผู้ต้องหา เปิดใจว่า วันที่ 4 พ.ค. 62 ตนเองได้พาลูกชายไปที่สถานีตำรวจ ตำรวจขอตรวจฉี่ค้นหาสารเสพติด แต่ก็ไม่พบ จากนั้นตำรวจนำภาพรถเก๋งสีขาวมาสอบถามว่าใช่รถของที่บ้านหรือไม่ ตนเองยอมรับว่าใช่ แต่มีการขายให้กับญาติที่รู้จักไปนานแล้ว ญาตินำไปขายต่อ แต่ไม่ได้มีการโอนชื่อ และยังเป็นชื่อของตนเอง

จากนั้น ตำรวจได้เปิดภาพที่ถ่ายมาจากคลิปวงจรปิดให้ดู โดยมีรถเก๋งสีขาวจอดอยู่ มีผู้ชายยืนอยู่ด้านท้าย ใบหน้าไม่ชัด มีลักษณะสูง ตัดผมทรงวัยรุ่น ตำรวจถามว่าบุคคลที่ยืนอยู่ใช่ลูกชายหรือไม่ ลูกชายตนก็ปฏิเสธ ตนก็ยืนยันว่าไม่ใช่ลูกชาย เพราะรูปร่าง ทรงผมไม่เหมือนกัน แต่ตำรวจก็คุมตัวลูกชายไป ให้เหตุผลว่าลูกชายมีหมายจับพื้นที่คลองหลวง

ตนเองจึงอยากร้องขอความเป็นธรรม ยืนยันความบริสุทธิ์ของลูกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องยาเสพติด และไม่เคยมีประวัติ ทั้งนี้ หลังจากที่ลูกเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ตนเองไปเยี่ยม ลูกร้องไห้แทบทุกวัน และรอคอยความยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ลูกชายบอกว่าขณะที่อยู่ในเรือนจำ มีโอกาสพบนายพิชิต อดีตผู้ต้องหาที่ได้รับการปล่อยตัว ลูกชายถามว่า “พี่ชี้ตัวผมหรอ” นายพิชิตก็ปฏิเสธ และบอกว่าไม่รู้จัก ลูกชายจึงย้อนถามกับตัวเองว่า เมื่อไรจะได้ออกไปแบบนายพิชิตบ้าง

นายนรา อิลาชอน ผู้ประกาศขายรถ

ด้านนายนรา อิลาชอน อายุ 37 ปี ผู้โพสต์ขายรถคันเกิดเหตุ ระบุว่า ตนเองเป็นคนประกาศขายรถบนเฟซบุ๊ก แล้วมีหญิง น.ส.ฟ้า ติดต่อเข้ามาขอซื้อ จ่ายชำระด้วยเงินสด 95,000 บาท และทำหนังสือสัญญาซื้อขายเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นตนเองก็ไม่เคยที่จะติดต่อกับคนซื้อคนดังกล่าวอีก

จนกระทั่งรถคันดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการขนยา ตนเองรู้สึกสงสัยว่าลูกชายของเจ้าของรถไปมีส่วนเกี่ยวข้องได้อย่างไร ทั้งที่รถถูกขายไปนานแล้ว ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์และโอนชื่อนั้น เข้าใจว่ามีการโอนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เพราะผู้ซื้อขอเอกสารไปดำเนินการเอง แต่ไม่คิดว่าจะยังไม่มีการโอน จนถึงทุกวันนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองอยากจะฝากเตือนเป็นข้อคิดทางสังคมว่า อยากให้การซื้อขายทุกอย่างมีหลักฐาน ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเรื่องขึ้นเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้ได้

นายวรกร พงษ์ธนากุล ทนายความ

นอกจากนี้ นายวรกร พงษ์ธนากุล ทนายความ เปิดเผยในรายการต่างคนต่างคิด ทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ออกอากาศวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. ว่า ช่วงที่ตนได้ฟังการสอบสวนในคดีนี้ ตนคิดว่านายอรรถพล ผู้ต้องหา อาจเป็นแพะ เนื่องจากเจ้าตัวอธิบายได้อย่างละเอียดว่าวันเกิดเหตุอยู่ที่ไหนบ้าง พร้อมทั้งมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ซึ่งเห็นว่าไม่ได้ไปในจุดเกิดเหตุ ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ

keyboard_arrow_up