โอละพ่อ! ยายอ้างทองฝังดินหาย ที่แท้ขาย ส่งเงินให้ผัวใหม่ (คลิป)

จากกรณี น.ส.เชอร์รี่ สาวเมียนมา ร้องทุกข์นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ว่าได้ถูกหัวขโมยขุดเอากระปุกที่ใส่ทองคำหนัก 7 บาท 50 สตางค์ ซึ่งตนเองนำไปใส่ไหฝังดินไว้หายไป เหตุเกิดในหมู่บ้านทองสถิต วิลล่า หมู่ 7 ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก (อ่าน : เปิดใจยายชาวพม่า ลมแทบจับขุดดินฝังทอง 7 บาท ถูกขโมยเกลี้ยง สงสัยเพื่อนร่วมชาติ)

พื้นที่ที่ขุดฝังทองคำ
พื้นที่ที่ขุดฝังทองคำ

ล่าสุดวันที่ 30 พ.ค. 62  ตำรวจ สภ.องครักษ์ จ.นครนายก เรียก น.ส.เชอร์รี่ ผู้เสียหาย และนางแมลง แม่ของน.ส.เชอร์รี่ รวมทั้งคนในบ้านชาวเมียนมาเข้าไปสอบปากคำทั้งหมดอีกครั้ง ที่โรงพัก เบื้องต้นนางแมลงยอมรับสารภาพว่า ตนเองเป็นคนเอาทองทั้งหมดไปขาย โดยขายที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 2 บาท ขายที่ย่านคลอง 3 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 3 บาท และขายที่ประเทศเมียนมา 3 บาท

นางแมลง แม่ผู้เสียหาย

นางแมลงยอมรับว่า ได้นำตั๋วจำนำ 4 ใบ ห่อถุงพลาสติกฝังดินไว้ข้างอาคารโรงอาหารที่ลูกสาวทำงานอยู่ ห่างจากหมู่บ้านที่อยู่ 3-4 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ไปขุดหาจนพบ

จุดที่นางแมลงฝังตั๋วจำนำ
จุดที่นางแมลงฝังตั๋วจำนำ

นางแมลงบอกอีกว่า เพิ่งเอาตั๋วจำนำมาฝังดินไว้เมื่อวานนี้ พร้อมสารภาพว่านำเงินขายทองได้ไปรักษาแฟนใหม่ที่นอนป่วยอยู่ที่ประเทศเมียนมา อีกส่วนนำไปให้ลูกที่ประเทศเมียนมาเหมือนกัน

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ (แฟ้มภาพ)

ด้านทนายรณณรงค์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ก็ไม่ได้เกินความคาดหมาย เนื่องจากลูกสาวซึ่งเป็นผู้เสียหายร้องเรียนว่าทองหาย ซึ่งสุดท้ายคำตอบก็คือแม่เป็นคนเอาไปขาย ขณะเดียวกันเรื่องจะดำเนินคดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับลูกสาวว่าจะแจ้งความแม่ฐานยักยอกทรัพย์หรือไม่ โดยเป็นคดีที่ยอมความกันได้

ส่วนลูกสาวไว้ใจแม่ ทำงานตั้งแต่อายุ 13 ปี เงินที่ได้เก็บไว้ด้วยการไปซื้อทองแล้วเอาไปฝากแม่ โดยปัจจุบันลูกสาวอายุประมาณ 30 ปี รวมแล้วทำงานมา 17 ปี เก็บเงินซื้อทองได้ 7 บาท 50 สตางค์ แต่แม่เอาไปขายทั้งหมด

keyboard_arrow_up