ชาวดัตช์ผูกคอตาย ส่งอีเมลบอกลาญาติ น้อยใจเมียไทยหนีเข้ากรุง จำนำสินสอด (คลิป)

วันที่ 28 พ.ค. 62 ความคืบหน้าจากกรณีเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 62 พ.ต.ท.ยุทธนา พุกสุข สารวัตรสอบสวน สภ.คลองขลุง ได้รับแจ้งเหตุมีชาวต่างชาติผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 10 บ้านซับมะนาว ต.วังไทร อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณเล้าไก่ที่ไม่ได้ใช้แล้ว พบร่างนายเฮิร์บ เอลแมส์ อายุ 61 ปี ชาวฮอลแลนด์ ใช้เชือกไนล่อนผูกคอกับขื่อหลังคาเล้าไก่ และมีสายรัดเคเบิลมัดที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง ตามร่างกายพบรอยฟกช้ำ สภาพศพแข็งทื่อ

เล้าไก่ที่เกิดเหตุ

ล่าสุด นายตอง (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของนายเฮิร์บ บอกว่า เท่าที่รู้จักนายเฮิร์บ ผู้เสียชีวิตมาได้ประมาณ 2 ปี เขาเป็นคนดี คอยช่วยเหลือคนอื่นตลอด ทั้งงานบุญงานศพ คนบ้านทรัพย์มะนาวต่างรักใคร่กันหมด เพราะนายเฮิร์บเป็นคนอัธยาศัยดี แม้จะพูดภาษาไทยได้ไม่กี่คำ แต่เวลาเจอกันก็จะพยายามทักทายตลอด

นายตอง (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของนายเฮิร์บ

นายตองเล่าว่า เวลาว่างนายเฮิร์บก็จะไปสอนหนังสือให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้าน ทั้งภาษาอังกฤษ สอนเล่นกีฬา เช่น วอลเล่ย์บอล ฟุตบอล ลูกหลานคนแถวนี้ก็ไปเรียนกันหลายคน แต่ไม่มีใครเคยรู้เรื่องปัญหาภายในครอบครัวของเขา พอมาทราบว่า นายเฮิร์บเสียชีวิต ก็รู้สึกใจหายและเสียดาย ที่ต้องสูญเสียคนดี ๆ คนหนึ่งไป ส่วนมูลเหตุจูงใจตนไม่ทราบ

บ้านของผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ยุทธนา พุกสุข สารวัตร สอบสวน สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า จากการสอบปากคำ นางฉอ้อน ภรรยาของผู้เสียชีวิต ทำให้มั่นใจว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการฆ่าตัวตายเองจากความน้อยใจภรรยา เนื่องจากผู้เสียชีวิตส่งอีเมลไปหาญาติที่ประเทศฮอลแลนด์เป็นภาษาดัชต์ ในเชิงสั่งเสีย บอกว่าจะฆ่าตัวตาย พร้อมทิ้งจดหมายลาตาย ระบุ “พินัยกรรมอยู่ในซองจดหมาย และให้ทำศพแบบไทยโบราณ” พร้อมลงชื่อกำกับไว้

ผู้เสียชีวิตและภรรยา

นอกจากนี้ จากสอบปากคำนางฉอ้อนทราบว่า หนีไปหางานทำอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา เพราะมีปากเสียงกันเรื่องเงิน จากปกตินายเฮิร์บจะให้เงินภรรยาไว้ใช้สัปดาห์ละ 3 พันบาท ก่อนเกิดเหตุ ภรรยาของนายเฮิร์บจะขอยืมเงินไปเป็นค่าเทอมหลาน แต่ผู้เสียชีวิตบอกว่าต้องบอกล่วงหน้า นางฉอ้อนจึงตัดสินใจไปหางานทำเองที่กรุงเทพฯ เพื่อนำเงินมาช่วยส่งเสียหลาน เพราะเคยทำงานส่งออกสินค้าอยู่ก่อนแล้ว ประกอบกับแม่ยายของผู้เสียชีวิตนำรถไถไปจำนำไว้ แล้วไม่มีเงินไถ่ เมื่อต้องการนำรถมาทำงาน จึงนำทองคำที่เป็นสินสอดทองหมั้นไปจำนำ เพื่อนำเงินไปไถ่รถไถออกมา จึงเชื่อว่าเป็นเหตุที่ทำให้ผู้เสียชีวิตน้อยใจ คิดว่าสินสอนของตนไม่มีค่า ไม่มีความหมาย เมื่อโทรศัพท์ไปหาภรรยาก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไลน์ไปก็ไม่เปิดอ่าน จึงน้อยใจ และวางแผนก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

keyboard_arrow_up