ชาวบ้านโวยบ้านหรู 50​ ล้าน เลี้ยงไก่​นับร้อยขี้หึ่ง – เจ้าของโต้แมลงสาบเยอะ ไก่กินหมด (คลิป)

จากกรณีที่ผู้ใช้รายหนึ่งได้โพสต์ร้องเรียน เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 62 ว่าบ้านหรูหลังหนึ่งย่านวิภาวดี 44 ที่ภายนอกรั้วดูดี แต่จริง ๆ แล้วภายในบ้านที่มีเจ้าของเป็นลูกอดีตนายตำรวจใหญ่ มีการเลี้ยงไก่กว่า 300 ตัว และบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยขยะสกปรกส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้านมาเป็นเวลานาน โดยได้ร้องเรียนต่อสำนักงานเขตจตุจักรแล้ว แต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า

วันที่ 27 พ.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่บ้านหลังดังกล่าว พบเป็นบ้าน 2 ชั้น กำแพงติดกันกับบ้านทั้งสองฝั่ง มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นอย่างไม่เป็นระเบียบ บริเวณด้านหน้าประตูมีสภาพเรียบร้อย แต่ด้านในเต็มไปด้วยไก่ทั้งที่อยู่ในเล้า ในกรง และเลี้ยงแบบเปิดอยู่จำนวนมาก อีกทั้งยังมีเศษขยะ ดิน ฟาง ข้าวเปลือก และข้าวของที่รกกระจัดกระจาย

สภาพภายในบ้าน
สภาพภายในบ้าน

โดยนางปัทมา องค์สุลี เพื่อนบ้าน เล่าว่า บ้านที่เกิดปัญหามีการเลี้ยงไก่จำนวนมาก และส่งกลิ่นเหม็น โดยเมื่อต้นปี 2551 ได้มีการพูดคุยกับเจ้าของบ้านมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ได้ข้อสรุปตอนนั้นว่าอีกหนึ่งเดือนจะย้ายไก่ออกไปทั้งหมด แต่เวลาผ่านไป ตนก็ยังเห็นมีไก่อยู่และมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เจ้าของบ้านก็บอกว่าไก่มันก็ต้องออกลูกสิ ตนก็แย้งว่านี่มันเป็นหมู่บ้านอยู่อาศัย จะมาเลี้ยงไก่แบบนี้ไม่ได้ ไม่ใช่สวนสัตว์ แต่เจ้าของบ้านนั้นก็ไม่ยอม

กระทั่ง 10 ปีที่ผ่านมา ตนก็ตามเรื่องมาตลอด จนพ่อเจ้าของบ้านเสียชีวิต แต่ตัวลูกชาย ที่เป็นเจ้าของบ้านคนปัจจุบัน ก็ยังเลี้ยงไก่อยู่ และอาศัยอยู่กับน้องชาย แม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงและหลานสาว โดยช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ค่อยได้คุยกันกับเจ้าของบ้าน เนื่องจากค่อนข้างเกรงกลัว ดูเป็นคนไม่ค่อยสุงสิงกับใคร จึงเจรจาผ่านน้องชายเจ้าของบ้านแทน น้องชายก็พูดดี บอกว่าเบื้องต้นจะทำความสะอาดบริเวณบ้านที่มีขี้ไก่ให้ก่อน แล้วก็จะตัดต้นไม้ให้เรียบร้อย แต่ทำได้ไม่นานก็กลับมาเหมือนเดิม

นางปัทมา องค์สุลี เพื่อนบ้าน

นางปัทมาบอกว่า ตนประสบปัญหาเรื่องกลิ่น มีพวกแมลง สัตว์เล็กสัตว์น้อยเข้ามาในบ้านจำนวนมาก แม่บ้านต้องคอยเก็บทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ เวลาทำอาหารก็ต้องเจอกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และเชื้อโรคที่อาจจะลอยมาตามอากาศได้ โดยตนเองก็ทำอะไรไม่ได้ เจรจาแล้วก็ไม่เป็นผล ได้แต่อดทนมาตลอด กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานเขตจตุจักร เขตก็กระตือรือร้นมาตามเรื่อง มาคุยกับเจ้าของบ้านให้ ตรวจสอบพบว่ามีไก่ประมาณ 100 กว่าตัว ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 70 ตัว เขาก็รับปากว่าจะรีบจัดการย้ายไก่ออก โดยมีการทำหนังสือและเซ็นชื่อเป็นหลักฐานเรียบร้อย แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งเขตก็มีการปรับไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท เขตรับปากว่าจะจัดการให้แล้วเสร็จภายในต้นปี 62 แต่ก็ยังไม่สำเร็จ เลยยื่นเรื่องไปที่ สน.พหลโยธิน แต่ตำรวจบอกว่ามีคดีอื่นที่สำคัญกว่า บอกเพียงแต่บอกว่าให้ไปหาหลักฐานว่าลุงมีการซื้อขายไก่ จึงจะสามารถดำเนินคดีได้

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนายฉัตรชัย เจ้าของบ้าน

ด้านนายฉัตรชัย (สงวนนามสกุล) เจ้าของบ้านดังกล่าว กล่าวว่า จะย้ายไก่ทั้งหมดไปบ้านพักที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ภายใน 2 เดือนนี้ โดยไก่ที่เลี้ยงอยู่มีประมาณ 100 กว่าตัว ไม่ใช่ 300 อย่างที่เป็นข่าว และยืนยันว่าตนเลี้ยงเพราะความชอบ ไม่ได้เลี้ยงเพื่อการค้าหรือเลี้ยงไก่ชนแน่นอน เพราะไก่ส่วนใหญ่ก็ได้มาจากเพื่อน ๆ คนรอบข้างให้มา

ปกติแล้วตนเลี้ยงเพาะพันธุ์ แล้วก็จะขนไปที่แม่สอด แต่ระยะหลังแม่มีอาการป่วย จึงต้องคอยดูแลแม่ที่นี่ ยอมรับในเรื่องของกลิ่นที่มีอยู่บ้าง เฉพาะช่วงเวลาฝนตก แต่ช่วงปกติก็คอยดูแลความสะอาดอยู่เสมอ ไม่ได้มีกลิ่นรบกวนอะไรขนาดนั้น ส่วนเรื่องแมลงสาบ แมลงวันนั้นไม่มี เพราะหากมีไก่ของตนคงจับกินไปหมด ไม่เล็ดลอดไปบ้านอื่น

ช่วงนี้ระหว่างกำลังจะย้ายก็มีการเก็บพวกมูลไก่ ล้างทำความสะอาดบริเวณบ้านด้วยน้ำยาตามที่เขตแนะนำ ส่วนเรื่องสุขอนามัย ก็รู้สึกว่าไก่ของตนก็แข็งแรงดี คอยให้ยาอยู่ตลอด ไม่ได้ไปแพร่เชื้อโรคอะไร แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีเพื่อนบ้านมาคุยด้วยว่ามีปัญหาอะไร ตนเลี้ยงมา 20 ปี ไม่ได้เพิ่งมาเลี้ยง ซึ่งหลังจากการขนย้ายไก่ไปรอบนี้ ก็คงไม่เลี้ยงไก่ที่นี่อีก เพราะได้ทำเล้า ทำสถานที่ใหม่ไว้ที่แม่สอดเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ที่ดินพื้นที่ดังกล่าว มีการประเมินมูลค่า​ ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท

keyboard_arrow_up