เปิดบทเรียน “รัฐกัญชาเสรี” ที่มีสถิติอุบัติเหตุทางรถยนต์เพิ่มขึ้น

มาถึง ณ จุดนี้ คงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ประเทศไทยได้แก้ไขกฎหมายที่เอื้อให้สามารถพัฒนานำสารสกัดจากกัญชาไปใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ แต่ยังไม่ได้อนุญาตให้นำไปใช้ด้านอื่นๆ เช่นในแง่ของการสันทนาการ เพราะกัญชานั้นมีทั้งข้อดีข้อเสียที่ต้องใช้งานระวังอยู่อีกไม่น้อย

แม้ว่าจะมีการยกตัวอย่างจาก “รัฐกัญชาเสรี” ในสหรัฐอเมริการ ที่นำกัญชามาใช้ทั้งทางการแพทย์ และใช้เพื่อความบันเทิงได้อย่างเสรี มาเป็นต้นแบบและแรงจูงใจเพื่อการส่งเสริมให้มีการเปิดเสรีกัญชาในประเทศไทยบ้าง แต่จากข้อมูลของ IIHS หรือ Insurance Institute for Highway Safety และ Highway Loss Data Institute หรือ HLDI ซึ่งเป็นสองหน่วยงานที่ศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยบนถนนในสหรัฐอเมริกาได้รายงานผลการศึกษาที่แสดงว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ในรัฐที่ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้อย่างถูกกฏหมายว่ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับรัฐที่ควบคุมการใช้กัญชา

กรณีการเมากัญชาและทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนในรัฐโคโลราโดพบว่า เกิดจากคนเมากัญชาแล้วขับเพิ่มขึ้น 88% ผู้เสียชีวิตจากคนเมากัญชาแล้วขับเพิ่มขึ้น 66% ส่วนในรัฐวอชิงตันและรัฐออริกอนพบว่าอุบัติเหตุจากคนเมากัญชาแล้วขับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเช่นกัน อีกทั้งรัฐเสรีกัญชาเหล่านี้ยังมีสถิติอุบัติเหตุทางรถยนต์มีเพิ่มขึ้นมากกว่ารัฐที่เปิดให้ใช้ทางการแพทย์ด้านเดียวถึง 5.8%

แม้คนไทยจะยังไม่ชินหูกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดจากการเมากัญชา แต่สาเหตุนั้นการไม่ต่างจากการดื่มสุราจนมึนเมาแล้วขับรถ เพราะกัญชาเองก็มีผลทำให้ความคิดอ่านเฉื่อยชา และมีการตัดสินใจที่เชื่องช้าลง อีกทั้งสารจากกัญชาเองจะอยู่ในระบบร่างกายนานถึง 24 ชั่วโมง และอาจนานถึง 2 วันหากเสพในปริมาณมาก  ในขณะที่สุราจะเริ่มสลายตัวหลังดื่มไปประมาณ  2 ชั่วโมง และหมดใน 5 ชั่วโมง

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ องค์การอนามัยโลก ที่ได้รายงานถึงสถานการณ์ความปลอดภัยบนท้องถนนประจำปี 2561 ซึ่งพบว่าประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนอยู่ที่ 22,491 รายต่อปี เฉลี่ยเสียชีวิต 60 ต่อวัน ที่แม้จะลดอันดับจากอันดับที่ 2 ในรายงานปี 2015 ลงมาอยู่เป็นอันดับที่ 9 ของโลก แต่ก็ยังคงเป็นอันดับ 1 ในเอเชียและอาเซียน ซึ่งสะท้อนว่าสถานการณ์บนท้องถนนของไทยยังอยู่ในภาวะวิกฤต

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ ได้รายงานข้อมูลรับแจ้งอุบัติเหตุทางถนนสะสม ในปี 2562 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ 6,861 ราย บาดเจ็ดกว่า 407,105 ราย รวมทั้งสิ้น 413,966 ราย ซึ่ง 5 จังหวัดอันดับต้นๆ ที่มีรายงานอุบัติทางรถยนต์มากที่สุดประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, นครราชสีมา, ชลบุรี, เชียงใหม่ และ อุดรธานี

keyboard_arrow_up