เด็ก 15 ไร้บ้าน เชื่อคำสัญญา อบต. หวังได้งบเลยรื้อหลังเก่าทิ้ง – เจ้าตัวปัดไม่เคยพูด (คลิป)

กรณีเด็กหญิงวัย 15 ปี เขียนจดหมายร้องเรียน โดยอ้างว่าถูกนักการเมืองท้องถิ่นหลอกให้รื้อบ้าน แต่ปล่อยทิ้งนับปีก็ไม่คืบหน้า พ่อเผยขอบ้านคืนหลังใช้ชีวิตลำบากมาก

ล่าสุดวันที่ 23 พ.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังบ้านของเด็กหญิงวัย 15 ปี ในพื้นที่ ม.5 ต.นาแขม อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบว่าสภาพบ้านมีการปรับพื้นดินและลงเสาบ้านค้างไว้ โดยไม่ได้มีการสร้างส่วนอื่นเพิ่มเติม บริเวณใกล้กันมีเพิงเล็ก ๆสร้างจากไม้และมุงสังกะสี ที่เป็นที่พักชั่วคราวของเด็กหญิงวัย 15 ปี และพ่อ

สภาพบ้านในปัจจุบัน

โดยนางกรรณิการ์ ชาดา วัย 56 ปี ป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี เล่าว่า ตนเองรู้จักกับนายเฉลิม ผู้ที่ตกลงจะช่วยเหลือในการรื้อบ้านมาก่อน แต่ไม่ได้สนิทมาก โดยเมื่อช่วงต้นปี 2561 ทราบมาว่านายเฉลิมจะลงสมัครนายกอบต. จึงมีการลงพื้นที่แจกข้าวของช่วยเหลือชาวบ้าน และเห็นสภาพความเป็นอยู่ของบ้านน้องชายตนกับหลาน จึงอาสาอยากจะช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น โดยบอกว่าจะสร้างบ้าน ปรับปรุงห้องน้ำให้ใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่เสนอไปในหลายหมู่บ้าน ตนก็เห็นดีด้วย เพราะสภาพบ้านของน้องชายและหลานก็อยู่กันอย่างลำบาก ฐานะก็ยากจน

สภาพบ้านในอดีต ก่อนรื้อ

นางกรรณิการ์ยืนยันว่า นายเฉลิมบอกกับตนว่าให้รื้อถอนได้เลย ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายก็จะรับผิดชอบให้ ตนจึงแจ้งกับน้องชายและได้รื้อถอนบ้าน เบื้องต้นนายเฉลิมก็นำข้าวของต่าง ๆ มามอบให้พร้อมเงิน 3,000 กว่าบาท หลังจากนั้นก็เริ่มห่างหายไปหลายเดือน เมื่อตนโทรศัพท์ติดต่อไปถามความคืบหน้าเรื่องเงินค่าใช้จ่ายที่จะต้องนำมาซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในการสร้างบ้าน นายเฉลิมก็บอกว่าให้หากันเองไปก่อน และพยายามบ่ายเบี่ยง หลังจากนั้นนายเฉลิมให้มาเพิ่มอีก 5,000 บาท จนถึงวันนี้ก็ไม่ได้มีการติดต่อมาช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกเลย มีเพียงแค่ช่วงก่อนการเลือกตั้งในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ที่นายเฉลิมบอกแต่เพียงว่า นักการเมืองชื่อดังที่เป็นหัวหน้าใหญ่ จะนำเงินมาช่วยอีกหนึ่งแสนบาท แต่ตนก็ไม่รู้จักว่าคนนั้นคือใคร และก็ไม่ได้รับเงินตามที่นายเฉลิมบอก

นางกรรณิการ์ ชาดา ป้าของเด็กหญิงวัย 15 ปี

ตอนนี้ก็ทำได้แค่เพียงรอ ไม่มีงบประมาณที่จะทำต่อ และไม่ได้เรียกร้องหน่วยงานใดเลย เพราะตนเองก็ไม่อยากจะมีปัญหาผิดใจกับนายเฉลิม ขอเพียงแค่ว่าให้มาทำตามสัญญา มาสร้างบ้านให้น้องชายและหลานได้มีที่อยู่อาศัย ไม่ต้องดีมากมายก็ได้

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับเด็กหญิงวัย 15 ปี

ด้านเด็กหญิงวัย 15 ปี บอกว่า ได้เขียนจดหมายร้องเรียนไปเพราะตอนนี้ไม่มีบ้านอยู่ กังวลและเครียดมาก ใช้ชีวิตลำบาก ตอนนี้อาศัยอยู่บ้านย่าบ้าง บ้านป้าบ้าง และเพิงพักบ้าง ตนทราบเรื่องว่าคนที่จะมารื้อบ้าน บอกจะมาทำให้ถ้าไม่ตัดสินใจทำ ก็จะให้หลังอื่นทำแทน ครอบครัวก็เลยยอมรื้อออก เพราะอยากได้บ้านใหม่ แต่หลังจากรื้อก็ยิ่งลำบาก เครียดมาก ไม่มีความคืบหน้า การเรียนก็เสีย เพราะไม่ค่อยมีสมาธิเรียน มัวแต่กังวลคิดหาวิธีว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง

เพิงพักที่ใช้อาศัยชั่วคราว

โดยหลังจากที่เขียนจดหมายร้องเรียนไป ก็มีคนอาสามาทำบ้านใหม่ให้ บอกว่าจะเสร็จเร็ว ๆ นี้ ก็ดีใจมาก และยังฝากถึงคนที่ให้รื้อบ้านว่าให้มาทำบ้านใหม่ให้ด้วย ไม่น่ามาสัญญาแบบนี้ มาหลอกให้รื้อบ้านทำไม ตอนแรกก็อุตส่าห์ดีใจว่าจะได้บ้านใหม่

นายเฉลิม เกียรติบรรจง ผู้ถูกกล่าวอ้าง

ขณะที่นายเฉลิม เกียรติบรรจง ผู้ที่ครอบครัวเด็กหญิง 15 ปี กล่าวอ้างว่าไม่ทำตามสัญญาที่จะช่วยเหลือในการรื้อถอนบ้าน ชี้แจงว่าปกติตนก็จะคอยไปแจกข้าวของ รับเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านในหมู่บ้านอยู่แล้ว โดยป้าของเด็กมาบอกว่า ทำไมไม่มาช่วยเหลือบ้านน้องชายกับหลานบ้าง ตนเองก็เลยไปดูที่บ้าน เห็นสภาพความเป็นอยู่พบว่าลำบากจริง จึงอยากจะช่วยเหลือให้ได้อยู่ดีขึ้น  โดยป้าของเด็กเป็นคนมาเสนอกับตนก่อนว่า ให้เริ่มต้นด้วยการรื้อบ้านเลย ตนก็บอกไปว่าถ้าพร้อมแล้วก็ทำ ถ้ามีอะไรก็จะช่วย ซึ่งวันที่เริ่มทำการรื้อถอน ตนเองก็ไปดูด้วยแล้วยังซื้อข้าวของอาหารการกินไปให้ครอบครัวและเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานด้วย ประมาณ 3,000 กว่าบาท หลังจากนั้นก็ได้มีการช่วยเหลือในเรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในการปรับหน้าดิน การว่าจ้างรถและคนงานอยู่เรื่อย ๆ

นายเฉลิม มอบสิ่งของช่วยเหลือครอบครัวเด็กหญิง 15 ปี

ระหว่างนั้นป้าของเด็กก็มาขอเงินอยู่หลายครั้ง ตนก็ให้ไปรอบละ 3,000 – 5,000 บาท ซึ่งตนเองก็มีหลักฐานในการเซ็นรับเงินอยู่ รวมเงินที่ให้ไปทั้งหมดเป็นเงินเกือบ 3 หมื่นบาท แต่มาพักหลังตนก็ไม่ได้มีเงินมากพอ จึงได้ปฏิเสธไป ซึ่งล่าสุดป้าของเด็กก็มาขอเงิน 10,000 บาท แล้วบอกจะจบเรื่อง ไม่มาขออีกแล้ว ตนก็ยืนยันว่าช่วงนี้ไม่มีจริง ๆ จึงไม่ได้ให้ไป

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตนไม่อยากให้เงินช่วยเหลืออีกต่อไป เพราะมีวันหนึ่งที่ตนเห็นพ่อของเด็กขี่รถมอเตอร์ไซค์เมาเหล้าหลังจากเพิ่งรับเงินไป ซึ่งถ้ามีเงินซื้อเหล้าได้ ทำไมไม่เอาไปสร้างบ้าน

นายเฉลิมยืนยันว่าไม่ได้เป็นการหลอกให้รื้อถอนบ้านอะไรทั้งนั้น ที่ตนทำไปทั้งหมดนั้นเพราะอยากช่วยเหลือครอบครัวของเด็ก และไม่คิดว่าการมีน้ำใจในครั้งนั้น จะทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็รอให้ป้าเด็กมาขอโทษ และก็จะยังคงให้การช่วยเหลือเท่าที่พอจะช่วยได้ ความเป็นพี่เป็นน้องรู้จักกันมาก็ไม่ได้จะตัดกันในทันที

 

 

 

keyboard_arrow_up