3 ชายขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดหน้าสู้ โต้เป็นแก๊งป้ายยาขโมยเด็ก เผยลูบหัวเอ็นดู จ่อฟ้องกลับแม่เด็ก (คลิป)

วันที่ 22 พ.ค. 62 ความคืบหน้าจากกรณีที่ชายฉกรรจ์ 3 คน ถูกกล่าวหาว่าเป็นแก๊งลักเด็กที่มีการเข้าไปป้ายยาเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ทำให้เด็กสลบไป จนแม่เด็กไปแจ้งความไว้ ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกชายทั้ง 3 คนมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริง โดยเดินทางมาพร้อมกับนายจ้าง และทนายความ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

ภาพจากเหตุการณ์ เด็กคล้ายถูกป้ายยา

โดยนายสัญจิต ชาลี อายุ 48 ปี นายจ้างผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมายืนยันให้กับลูกจ้างทั้ง 3 คนว่าเป็นพนักงานของบริษัท มีหลักแหล่งที่อยู่จริง ยืนยันว่าทั้ง 3 คนเป็นคนทำมาหากินปกติ ไม่ได้มีพฤติกรรมแบบที่เป็นข่าว แต่ละคนก็ทำงานกับตนมากว่า 10 ปี มีครอบครัวมีลูกที่ต้องดูแล ที่ผ่านมาทำงานดีมาโดยตลอด ไม่เคยเกเร หรือสร้างความเดือดร้อนให้

นายสัญจิต ชาลี นายจ้างผู้ถูกกล่าวหา

ตอนนี้บริษัทก็ค่อนข้างมีความกังวลในเรื่องของการออกไปขายของ เพราะก็เริ่มมีคนกลัวว่ารถที่นำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปขายจะเป็นรถจับเด็ก อาจส่งผลให้มียอดขายที่น้อยลง โดยหลังจากจบเรื่องนี้หากผลการตรวจจากแพทย์พบว่าเด็กไม่ได้เกิดอาการผิดปกติจากที่อ้างว่าถูกป้ายยา ก็อาจจะมีการหารือกับทนายความว่าจะมีการฟ้องร้องกลับหรือไม่ เพราะว่าเรื่องนี้สร้างความเสียหายให้กับกิจการของตน

นายประวัติ ชินทะนา ผู้ถูกกล่าวหา

ด้านนายประวัติ ชินทะนา อายุ 51 ปี ผู้ถูกกล่าวหา ยอมรับว่าหลังจากเกิดเหตุขึ้นตนก็ทำงานลำบาก และไม่มีใครอยากซื้อของ ซึ่งตนก็อยากให้แม่ของเด็กเอาความจริงมาพูด ครั้งแรกที่เข้าไปในแคมป์คนงานนั้นไม่ได้เจอตัวเด็ก และจอดรถห่างจากที่เกิดเหตุ 200-300 เมตร ขณะนั้นตนเองได้ลงไปซื้อน้ำที่ร้านค้าก็ได้เจอเด็กนั่งเล่นกันอยู่ และมีคนอยู่ประมาณ 4-5 คน เมื่อตอนซื้อน้ำเสร็จก็เดินออกมาตามปกติ ยอมรับว่าได้ไปจับที่ศีรษะเด็กแล้วบอกว่าไอ้หนูเล่นกันดี ๆ ระวังหกล้ม ตามประสาคนบ้านนอก ไม่มีการใช้มือป้ายจมูกแต่อย่างใด และไม่มีการถูกหน้าเด็กด้วย ส่วนที่บอกว่าตนเองขับรถเร็วนั้นไม่เป็นความจริง แต่ขับประมาณ 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเส้นทางนั้นมีลูกระนาด ไม่สามารถขับรถเร็วได้

นายอำคา ฝ้ายขาว ผู้ถูกกล่าวหา

ขณะที่นายอำคา ฝ้ายขาว อายุ 49 ปี ผู้ถูกกล่าวหา บอกว่า วันที่เกิดเหตุตนได้นำสินค้าที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าไปขาย ซึ่งก็จะต้องมีการเดินลงพื้นที่ไปขาย อาจทำให้คนเห็นแล้วเข้าใจผิด ตอนนี้ไปขายของก็ลำบาก เพราะคนเห็นก็กลัวว่าจะเป็นคนร้าย จึงอยากบอกผู้ที่กล่าวหาว่า ก่อนจะแจ้งความหรือโพสต์ตามโซเชียลขอให้ตรวจสอบถี่ถ้วนก่อน เพราะหากไม่เป็นเรื่องจริง คนที่ทำมาหากินสุจริตก็เดือดร้อน

เบื้องต้น พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยได้ให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้มาชี้แจงข้อเท็จจริง ว่าเป็นพนักงานของบริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจริง แต่ก็ยังคงไม่ตัดประเด็นที่แม่เด็กสงสัย ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงรอผลตรวจจากแพทย์ ที่จะนำมาประกอบสำนวนคดี เพื่อชี้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือจะเป็นเรื่องโอละพ่อ

keyboard_arrow_up