‘สุชาติ’ หิ้วกระเป๋า 2 ใบพร้อม ลั่นไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็น้อมรับ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาในคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 2551 การต่อสู้ในคดียาวนานกว่า 9 ปีกำลังจะถึงจุดสิ้นสุด

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี รายงานสดจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันนี้จำเลยทั้ง 4 คน ได้แก่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. เดินทางเข้ารับฟังการอ่านคำพิพากษาอย่างพร้อมเพรียง ตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

โดยพลตำรวจโทสุชาติ บอกว่า วันนี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็น้อมรับ ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ได้ต่อสู้อย่างถึงที่สุดแล้ว และยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำผิด โดยวันนี้เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วย 2 ใบ

ส่วนการพิจารณาคดีภายในศาลช่วง 10.00น. ที่ผ่านมา เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ชี้แจงว่า องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน อยู่ระหว่างการประชุม เพื่อปรับคำพิพากษากลาง จากคำวินิจฉัยส่วนตัวขององค์คณะผู้พิพากษา เนื่องจากการจัดทำคำพิพากษากลางจะต้องจัดทำในวันที่ คู่ความทั้งสองฝ่ายมาแสดงตนต่อศาลอย่างพร้อมเพียง จะไม่มีการทำล่วงหน้า เพราะถือเป็นความลับทางราชการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ1ชั่วโมง จึงจะมีการอ่านคำพิพากษาได้

ด้าน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจนายสมชาย ส่วนคดีของตนเกี่ยวกับโครงการนับจำนำข้าว ที่จะมีคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ก็มีกำลังใจที่ดี มีความพร้อมหมดแล้ว ในการยื่นคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ฝ่ายกฎหมาย ศึกษา การอุทรณ์ไว้บ้างแล้ว ทั้งนี้ได้เตรียมจะยื่นฟ้องกรมบังคับคดี และกรมการค้าต่างประเทศ ที่อายัดบัญชีของตนกับภรรยา รวม 8 บัญชี ซึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยวันนี้ยังคงใช้กำลังตำรวจ จาก สน.ทุ่งสองห้อง เป็นหลักในการดูแลบริเวณโดยรอบ จำนวน 1 กองร้อย โดยมีกองร้อยน้ำหวาน 1 หมวด เป็นกำลังสนับสนุน.

keyboard_arrow_up