สาวสุดทน แจ้งจับผัวฉุดขังข่มขืน มีดฟัน – ญาติฝ่ายชายย้อนถาม ขืนใจทำไมไม่ร้อง (คลิป)

จากกรณีที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ ล่า โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 พ.ค.62 หลังพนักงานสาวแคชเชียร์ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ ถูกชายที่ชื่อว่า นายรณชัย (สงวนนามสกุล) หรือนายดอน อดีตสามี ฉุดทำร้ายร่างกาย และข่มขืนกระทำชำเรา

ภาพเฟซบุ๊กจากเพจล่า

วันที่ 20 พ.ค.62 นางสาวเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนกับนายดอนเคยคบหาดูใจกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่อยู่กินฉันท์สามีภรรยา เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยจดทะเบียนสมรสเป็นสามีตามกฎหมาย จนกระทั่งขณะนี้ได้เลิกรากันมาครบ 1 ปีเต็มแล้ว ซึ่งวันเกิดเหตุ วันที่ 17 พ.ค. 62 เวลาประมาณ 23.00 น. ขณะที่ตนทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ นายดอนเดินเข้ามาขอคุยด้วย โดยขอให้ออกไปคุยหน้าร้าน เมื่อตนออกไปยืนคุยสักพักนายดอนบอกให้ออกไปข้างนอก พร้อมโวยวายบังคับข่มขู่ให้ไปด้วย ไม่ยอมให้ทำงาน ตนจึงออกไปด้วยเพราะไม่อยากให้เดือดร้อนสถานที่ทำงาน จากนั้นไปจอดรถยนต์คุยกันที่บริเวณหน้าเขตวัฒนา ไม่ยอมกลับมาส่งที่ทำงาน จนกระทั่งถึงเวลา 05.00 น. พาตนไปกักขังไว้ที่บ้านของนายดอน ที่ชุมชนสุเหร่าบ้านดอน ภายในซอยสุขุมวิท 49 แล้วล็อกกุญแจจากนอกบ้าน ก่อนปีนเข้าบ้านทางหน้าต่าง ในระหว่างนั้นพยายามทำร้ายร่างกายตน ทั้งเตะ ชกต่อย กระทืบ ตลอดจนข่มขืนกระทำชำเรา หากขัดขืนก็จะถูกทำร้ายร่างกาย

นางสาวเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

โดยในระหว่างที่ตนถูกกักขังที่บ้านนายดอน จนกระทั่งเวลา 10.00 น.ของวันที่ 18 พ.ค. ครอบครัวจึงออกตามหาและเดินทางมาที่บ้านของนายดอน ซึ่งก่อนครอบครัวมาถึง นายดอนบีบบังคับพาตนไปหลบซ่อนตามบ้านเพื่อน ไม่ยอมให้เจอครอบครัว หลังจากครอบครัวตนไม่เจอตัว นายดอนจึงพากลับมาที่บ้านในซอยสุขุมวิท 49 อีกครั้ง ในระหว่างนั้นตนจึงหาจังหวะหลบหนีออกมา ก่อนร้องเรียนไปยังเพจล่า

ภาพจำลองเหตุการณ์

นอกจากนี้นางสาวเอยังบอกอีกว่า หลายปีที่ผ่านมาตนถูกทำร้ายอย่างหนัก เคยถูกใช้มีดจี้ทำร้าย ถูกข่มขู่จะนำอาวุธปืนมายิงตาย และมักจะทำร้ายร่างกายลูกสาววัย 10 ขวบอีกด้วย ทั้งเตะตีมาโดยตลอด แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาพยายามปรับความเข้าใจแล้ว แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แม้เลิกรากันไป 1 ปีแล้ว แต่ยังถูกตามราวี ทำร้ายร่างกาย คุกคาม ข่มขู่ ไม่มีอิสรภาพในการใช้ชีวิต ตลอดจนขาดอิสรภาพในการทำงาน ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องในครอบครัว เพราะตนตัดขาดความเป็นสามีภรรยาแล้ว และทนไม่ไหวกับพฤติกรรมรุนแรง จึงตัดสินใจร้องเรียนเพจล่า และเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ

นางอัสซานะ (สงวนนามสกุล) แม่ผู้เสียหาย

ด้านนางอัสซานะ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี แม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ลูกสาวของตนคบหากับนายดอนมานาน จนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 3 คน ที่ผ่านมาตนพอรับรู้ว่า ช่วงเวลาที่ยังคบหากันลูกสาวมักถูกนายดอนทำร้ายร่างกาย ทั้งจากที่พูดคุยกับชาวบ้าน ต่างบอกว่า นายดอน เตะ ตี ทำร้ายจนบาดเจ็บบ่อยครั้ง หลานคนโตก็บอกว่า พ่อมักจะตีแม่ประจำ ทั้งเตะเสยคาง ต่อย และกระทืบ จนกระทั่งตนทนไม่ไหวและบอกให้เลิกคบหา โดยก่อนที่ลูกสาวตนและนายดอนจะเลิกกันนั้น เกิดเหตุนายดอนใช้มีดไล่ฟันลูกสาวตนต่อหน้าต่อตา จนกระทั่งลูกสาวต้องยกมือไหว้ขอชีวิต เป็นภาพติดตาคาใจจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งตนเข้าไปช่วยเหลือและห้าม จนได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน

นายสมชาย แฟรนดี้ น้าชายนายดอม

ขณะที่นายสมชาย แฟรนดี้ น้าชายนายดอม เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุตนเองก็ไม่เห็นว่าหลานชายพาใครมากักขัง เพราะทั้งคู่ยังไปมาหาสู่กันปกติ โดยฝ่ายหญิงก็ยังคงแวะเวียนมาหานายดอนเป็นประจำ ส่วนพฤติกรรมที่ชอบล็อกห้องปิดอยู่ภายในห้องนั้น เกิดจากการหลบหนีและซ่อนตัวจากแม่เมีย เพราะเขาไม่อยากให้ทั้งคู่คบหากัน พยายามกีดกันและดึงตัวลูกสาวออกไปจากหลานชายตน

ส่วนเรื่องทำร้ายร่างกายนั้นยืนยันว่าก็มีบ้างเล็กน้อยตามประสาผัวเมียกัน เนื่องจากนายดอนเป็นคนที่อารมณ์ร้อน แต่บางครั้งก็เกิดจากความหึงหวงของภรรยา จึงอาจมีกระทบกระทั่งช้ำเขียวบ้างเล็กน้อย ไม่ใช่ปัญหาหลักที่อ้างว่านายดอนกักขังและทำร้ายร่างกาย ส่วนข้อหาเรื่องของการข่มขืนนั้น ตนมองว่าคนเป็นสามีภรรยากัน การมีอะไรกันนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะโดยศาสนาอิสลามจะต้องมีพิธีหย่าจึงจะเรียกว่าขาดจากกัน แต่ทั้งคู่ยังคงเป็นสามีภรรยาตามปกติ จึงไม่เรียกว่าเป็นการข่มขืน

นายรณชัย (สงวนนามสกุล) หรือนายดอน คู่กรณี

นายสมชาย เล่าต่อว่า ก่อนหน้านี้แม่ของฝ่ายหญิงได้มาเอาลูกของนายดอนทั้ง 3 คนไป จากนั้นก็เริ่มกีดกันไม่ให้ฝ่ายหญิงเข้ามาหา จนกระทั่งนายดอนเกิดความเครียด พยายามอยากจะเจอภรรยาและลูก จึงวางแผนออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อที่ภรรยาทำงานอยู่ จากนั้นก็รีบพาขึ้นรถกลับมาที่บ้านหลังนี้ กระทั่งนายดอนตัดสินใจปล่อยภรรยาให้กลับบ้าน ไม่นานก็เกิดเรื่องขึ้น และถูกตั้งข้อหากักขัง ทำร้ายร่างกาย พยายามข่มขืน

ทั้งนี้ ตนอยากขอความเป็นธรรมให้กับหลานชาย อยากให้สังคมเข้าใจว่าไม่มีการกักขังหรือทำร้ายร่างกาย ทั้งคู่ยังคงรักกันดี แต่ถูกกีดกันจึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงหลานชาย เพราะหลังเกิดเหตุตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้ คาดว่าอาจเกิดความเครียด แต่หากเจอตัวแล้วก็จะให้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ต่อสู้คดีแสดงความบริสุทธิ์ใจ และฝากถึงหลานชายว่าหากดูข่าว อยากให้ออกมารับกับความจริง และบอกสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น

keyboard_arrow_up