สาวฆ่ายายวัย 70 ร่ำไห้หนีมา 19 ปีดันถูกจับ-ลูกเหยื่อฉุนฆาตกรอ้างป้องกันตัว (คลิป)

วันที่ 19 พ.ค. 62 กรณีหลังจากที่ ตำรวจควบคุมตัว น.ส.ชนิตา อุ่นทรัพย์ หรือ อมร อายุ 42 ปี ภูมิลำเนา ต.นาถ่อน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา มาแถลงข่าวโดย น.ส.ชนิตา ผู้ต้องหาขณะนั้นอายุ 22 ปี ได้ก่อเหตุใช้มีดแทงนางจุดใหน่ พรมวิจิต อายุ 72 ปี เจ้าของหอพักจนเสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งที่ ถ.พระยาตรัง ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 42 หลังก่อเหตุน.ส.ชนิตาได้หลบหนีไปนานถึง 19 ปี แต่โดนตำรวจจับกุมได้ในที่สุด ต่อมา พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธณะ รอง ผบช.ภ.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน ควบคุมตัว น.ส.ชนิตา ผู้ต้องหา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในห้องเช่าชั้น 2 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ซึ่งเป็นหอพักที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ

โดยให้จำลองเหตุการณ์ขณะลงมือก่อเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้โอกาส น.ส.ชนิตา ผู้ต้องหา จุดธูปขอขมาดวงวิญญาณของนางจุดใหน่ ผู้ตาย โดยน.ส.ชนิตาได้ร่ำไห้กล่าวขอขมาทั้งน้ำตาว่า ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายยายให้ถึงแก่ความตาย ที่ทำไปเพราะแค่ต้องการป้องกันตัวเท่านั้น ขอให้ยายอโหสิกรรมให้ด้วย โดยหลังจากนี้จะขอไปชดใช้กรรมที่ก่อขึ้นในเรือนจำ

น.ส.ชนิตา ผู้ต้องหา จุดธูปขอขมาดวงวิญญาณของ นางจุดใหน่ ผู้ตาย

น.ส.ชนิตาให้การรับสารภาพ โดยกล่าวอ้างว่าในวันเกิดเหตุได้มีปากเสียงนางจุดใหน่ภายในห้องพัก เรื่องที่บอกให้ตนเองทำความสะอาดห้อง และทางเดินเข้าหอพัก จากนั้นนางจุดใหน่ได้เดินกลับลงไปที่ชั้นล่าง และเดินกลับขึ้นมามีปากเสียงกันอีกครั้ง ขณะนั้นนางจุดใหน่ได้ถืออาวุธมีดปอกหมากติดมือขึ้นมาด้วย  ทำให้เกิดการฉุดกระชากกันเพื่อแย่งมีด จนผู้ต้องหาผลักนางจุดใหน่ล้มลง  และแย่งอาวุธมีดมาได้ จึงแทงสวนกลับไป 1 ครั้ง จนทำให้นางจุดใหน่นอนฟุบแน่นิ่ง หลังก่อเหตุได้เกรงกลัวความผิด จึงรีบเก็บเสื้อผ้าหลบหนีไปอยู่ที่ จ.สระแก้ว โดยในขณะนั้นไม่ทราบว่านางจุดใหน่ได้เสียชีวิตแล้ว ต่อมาได้หลบหนีไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และย้อนกลับมาทำงานอยู่ที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งต้องพยายามปิดบังอำพรางตัวเองตลอดเวลาที่หลบหนี เพื่อป้องกันการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ จนมาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด รวมระยะเวลาที่หลบหนีนานถึง 19 ปี

ด้าน พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธณะ รอง ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาตามหมายศาลคือ ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา

จำลองภาพเหตุการณ์

ด้านนายสุชาติ พนมวิจิตร อายุ 70 ปี เป็นลูกชายคนที่ 3 ของผู้เสียชีวิต เปิดใจว่า วันเกิดเหตุ ตนเองเข้าไปที่ห้องจุดเกิดเหตุ เห็นศพแม่ เจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูบาดแผล โดยตนเองรู้ว่าคนร้ายมาเช่าบ้านอยู่ และเคยเจอคนร้าย เคยคุยด้วยเพียง 1 ครั้ง หลังจากคนร้ายหลบหนี ครอบครัวได้มีการติดตาม ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร สำหรับความรู้สึกครอบครัวตลอด 19 ปีที่เกิดเรื่อง แล้วยังจับคนร้ายไม่ได้ ครอบครัวไม่สบายใจ จนกระทั่งมาจับคนร้ายได้ ยอมรับว่าดีใจมาก

นายสุชาติ พนมวิจิตร ลูกชายผู้เสียชีวิต

ขณะเดียวกัน นายสุชาติไม่เชื่อคำสารภาพของคนร้ายที่บอกว่า แม่ถือมีดมาด่าและจะทำร้ายก่อน ไม่ได้เจตนาทำร้ายแม่ ตนเองยืนยันว่าแม่ไม่มีมีด แม่ใจดี ไม่ใช่คนดุร้าย ขนาดมีคนมายืมเงินเป็นแสนเป็นล้าน ลูกหนี้ยกที่ดิน ยกบ้านให้ แม่ยังไม่เอา ที่บ้านไม่ใช่คนดุร้ายเป็นคนใจดี หลังเกิดเหตุยังบอกญาติ ๆ เลยว่า อย่าไปทำอะไรเขา ญาติยกโทษให้ หลังจากนี้ต้องปล่อยให้รับโทษไปตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ซึ่งติดตามจับกุมคนร้ายจนได้ในที่สุด

keyboard_arrow_up