โจ๋ซ่าขนคนครึ่งร้อยปาขวดใส่บ้าน – เจ้าของฉุนขับทับตาย 2 ศพ ลั่นแค่อุบัติเหตุ (คลิป)

จากกรณีเกิดเหตุชายขับรถกระบะรถจักรยานยนต์ตกข้างทางบริเวณถนนภายในหมู่บ้านหนองโสน ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงก่อนเช้าวันที่ 16 พ.ค. 62 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายณัฐพล วงศ์หนูพะเนาว์ อายุ 17 ปี และนายธนากร ทอนกระโทก อายุ 15 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ประกอบด้วย เด็กวัยรุ่นอายุ 14 ปี,  15 ปี และ 16 ปี (อ่าน : มอเตอร์ไซค์โจ๋ถูกชนดับ 2 เจ็บ 3 ตร.คาดเป็นแก๊งแว้นป่วน ชาวบ้านสุดทนขับรถยนต์บี้ดับอนาถ)

สภาพรถจักรยานยนต์ในที่เกิดเหตุ

วันที่ 17 พ.ค. 62 ที่ร้านปูนปั้นแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านหนองโสน ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยเป็นร้านของนายกิตติ วงษ์ศรีแก้ว อายุ 29 ปี คนก่อเหตุขับรถชนเด็ก ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยบริเวณพื้นหน้าร้านและบนรูปปั้นพบเศษขวดแก้วแตกกระจายจำนวนมาก

สภาพหน้าร้านปูนปั้น

โดยนายบอย (นามสมมติ) อายุ 24 ปี พนักงานของร้านปูนปั้น เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนนั่งกินข้าวอยู่บริเวณลานหน้าร้าน ระหว่างนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ประมาณ 20-30 คัน มาจอดอยู่หน้าร้าน วัยรุ่นประมาณเกือบ 50 คน และมีหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นพูดกันเองว่า “ใช่ไหม ๆ เอาเลยไหม” หลังจากนั้นกลุ่มวัยรุ่นหลายคนก็วิ่งกรูกันเข้ามาในร้านและมุ่งมาหาตน พร้อมกับขว้างปาขวดแก้วใส่ตนและร้าน ด้วยความตกใจตนจึงวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปอยู่หลังบ้าน เพราะเกรงว่ากลุ่มวัยรุ่นจะวิ่งตามมาทำร้าย หลังจากนั้นคนในร้านก็เริ่มออกมาจากห้องนอน ทำให้กลุ่มวัยรุ่นหนีไป กระทั่งผ่านไปประมาณ 15 นาที กลุ่มวัยรุ่นได้ขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนกลับมาอีก นายกิตติ เจ้าของร้าน พร้อมลูกน้องอีก 1 คน จึงขับรถกระบะออกไปด้วยความคาใจ อยากรู้ว่ากลุ่มวัยรุ่นมาขว้างปาขวดใส่ร้านทำไม แต่สุดท้ายเหตุการณ์ก็บานปลายจนเกิดการชนกันและมีผู้เสียชีวิต

ภาพจำลองเหตุการณ์

นายบอยยืนยันว่าไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้ากลุ่มวัยรุ่นที่มาทำร้ายมาก่อน และอยู่อาศัยในหมู่บ้านมากว่า 10 ปี ก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร จึงรู้สึกแปลกใจที่อยู่ดี ๆ ก็จะถูกทำร้าย ตอนนี้จึงยังหวาดกลัวว่าเขาจะกลับมาทำร้ายอีก

นายบอย (นามสมมติ) พนักงานของร้าน

ด้านน.ส.อ้อย (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ภรรยาของนายกิตติ เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวไม่เคยมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่น ไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน จึงไม่รู้ว่าเขามีเหตุผลอะไรที่ต้องมาขว้างปาขวดใส่ร้านของตน อีกทั้งขณะเกิดเหตุตนก็นอนหลับไปแล้ว แต่ได้ยินเสียงขวดแตก และได้ยินเสียงกลุ่มวัยรุ่นพูดว่า “ใช่ไหม เอาเลยไหม” ตนจึงตกใจตื่นขึ้นมาและเปิดหน้าต่างมาด่า พร้อมกับโวยวายจะแจ้งตำรวจ เมื่อกลุ่มวัยรุ่นได้ยินดังนั้นก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป ซึ่งหลังจากกลุ่มวัยรุ่นหนีไป คนในบ้านก็เปิดประตูออกมาดูความเสียหาย แต่ผ่านไปประมาณ 15 นาที กลุ่มวัยรุ่นก็ขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนกลับมาอีก ทำให้นายกิตติ สามีของตนพร้อมกับลูกน้องอีก 1 คน ขับรถกระบะตามออกไป เพื่อจะถามว่าทำไมต้องมาขว้างปาขวดใส่ร้าน หลังจากนั้นก็เกิดเหตุชนกัน ซึ่งตนไม่รู้รายละเอียดของเหตุการณ์

น.ส.อ้อย (นามสมมติ) ภรรยาของนายกิตติ

น.ส.อ้อยยืนยันว่าขณะที่สามีตนออกไปนั้นไม่ได้มีเจตนาจะไปไล่ชนกลุ่มวัยรุ่นตั้งแต่แรก เพียงแต่อยากรู้ว่าคนที่ขว้างปาขวดเป็นใคร และอยากรู้เหตุผลการก่อเหตุเพียงเท่านั้น แต่สุดท้ายเหตุการณ์ก็บานปลายจนมีคนตาย ซึ่งสามีของตนไม่ใช่คนใจร้อน จึงไม่รู้และไม่เข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์จึงลุกลามขนาดนี้ ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ตนก็รู้สึกหวาดกลัวว่าจะถูกดักทำร้าย ส่วนเรื่องที่มีคนเสียชีวิตตนก็รู้สึกหดหู่ และไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้

นางธัญญารัตน์ ทอนกระโทก แม่เด็กที่เสียชีวิต
นางธัญญารัตน์ ทอนกระโทก แม่เด็กที่เสียชีวิต

ด้านนางธัญญารัตน์ ทอนกระโทก อายุ 32 ปี แม่ของเด็กที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า จากวันที่ทราบเหตุก็ไม่คิดว่าจะเป็นลูกชายตนเอง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็ถึงกับเข่าทรุด เพราะสภาพศพของลูกชายตนเองดูไม่ได้เลย บริเวณใบหน้าและกะโหลกเปิดออกมาหมด ตนเองก็อยากให้คนทำออกมามอบตัว เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้ถือว่าโหดร้ายมาก ลูกชายตนเองก็แค่เด็กอายุ 16 ปี เท่านั้น ส่วนลักษณะนิสัยลูกชายตนเองก็ชอบจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน มีเพื่อนเยอะ มีแต่คนรัก

นายยินยา (นามสมมติ) เพื่อนผู้เสียชีวิต

ขณะที่นายยินยา (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุเพื่อนก็โทรศัพท์บอกว่าให้ออกมาที่บ้านหนองโสน ตนเองกับเพื่อนอีกคนก็ได้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ออกมา ระหว่างที่ขับขี่รถออกก็ได้เจอกลุ่มเพื่อนจอดรถอยู่ จึงได้ขับขี่รถตามกลุ่มเพื่อนไปสักพัก จนถึงหน้าร้านขายเครื่องปั้นดินเผาแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ได้เห็นรถกระบะขับออกมาไล่ตามกลุ่มเพื่อน ตนเองกับเพื่อนจึงได้เลี้ยวรถกลับแต่ไม่ทัน จึงโดนชนกระเด็นไปข้างทางได้รับบาดเจ็บ ส่วนเพื่อนที่เหลือตนเองก็ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร หลังจากเข้าโรงพยาบาลก็เพิ่งมาทราบว่าเพื่อนตนเองเสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย และเจ็บอีกรวมตนเองด้วยแล้วเป็น 3 ราย ส่วน 1 ราย ซึ่งเป็นคนที่ซ้อนมากับตนเอง มีอาการเลือดคั่งในสมอง ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดตนเองก็ไม่ทราบว่ากลุ่มเพื่อนตนเองมีเรื่องมาก่อน เพียงแต่เพื่อนโทรศัพท์บอกให้ออกมาหา ตนเองก็ได้ออกมาโดยที่ไม่ทราบเหตุการณ์ใด ๆ เลย

keyboard_arrow_up