แม่ชายหื่นป้องลูกเจ้าเสน่ห์ ไม่เชื่อข่มขืนยายกลางป่า – ชาวบ้านแฉชอบส่องสาวอาบน้ำ (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 14 พ.ค. 62 เกิดเหตุคนร้ายพยายามข่มขืนหญิงวัย 56 ปี แต่ผู้เสียหายไม่ยอมและขัดขืน จึงโดนคนร้ายคว้าไม้ที่เตรียมมาฟาดที่ศีรษะและตามลำตัวอาการสาหัส โดยเหตุเกิดขึ้นที่บ้านสันป่าพลวง ต.ยางหล่อ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู

อาการบาดเจ็บของผู้เสียหาย

วันที่ 17 พ.ค. 62 หญิงผู้เสียหาย อายุ 56 ปี เปิดเผยว่า เมื่อเช้าตรู่วันที่ 14 พ.ค. ตนปั่นจักรยานออกจากบ้านไปเก็บหน่อไม้ที่ป่าไผ่ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 7 กม. เมื่อไปถึงได้จอดรถบนถนนคอนกรีตที่บริเวณข้างป่าไผ่ จากนั้นเดินเข้าไปเก็บหน่อไม้ ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปประมาณ 100 เมตร ระหว่างนั้นสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ของคนร้ายมาจอดที่กระท่อมแล้วเดินมุ่งหน้ามาหาตน จากการซักถามเขาบอกว่ามาหาต้นไม้เอาไปทำเสา ตนจึงแนะพิกัดที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ เมื่อพูดคุยแล้วเสร็จ ระหว่างกำลังก้มลงเพื่อเก็บหน่อไม้ ปรากฏว่าชายดังกล่าวใช้ท่อนไม้ฟาดเข้าที่ศีรษะของตนจนแตก แล้วใช้ท่อนไม้ฟาดเข้าที่แขนขวาจำนวน 4-5 ครั้ง จนแขนบวม จากนั้นเขาก็ลงมือข่มขืนตนทันที ในระหว่างนั้นตนพยายามดิ้นรนร้องขอชีวิตว่าจะทำอะไรตนก็ทำ แต่อย่าฆ่าตนเลย แต่เขาก็ควักมีดที่อยู่ในกระเป๋าออกมาจี้ที่คอพร้อมข่มขู่ว่า “อย่าพูดมาก วันนี้คือวันตายของแก” โดยหลังจากก่อเหตุจนสำเร็จความใคร่ และกำลังยืนสวมกางกางอยู่นั้น ตนตัดสินใจลุกขึ้นวิ่งหนีออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างสุดชีวิต จนกระทั่งเจอพลเมืองดีขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงขอความช่วยเหลือจนกระทั่งปลอดภัย

ภาพจำลองเหตุการณ์

ขณะนั้นหากตนไม่รีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ เกรงว่าคนร้ายจะฆ่าหรือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เนื่องจากเขาขู่ตนด้วยว่า “วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต” ภายหลังทราบว่าตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว ซึ่งเขาให้การว่าหวังชิงทรัพย์นั้น ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากเขาไม่ได้เอ่ยถามถึงทรัพย์สิน แต่กลับลงมือข่มขืนทันที อีกทั้งในวันดังกล่าว ตนนำเงินสดติดตัวไปจำนวน 4,600 บาท มีโทรศัพท์มือถือ สร้อย แหวนทองใส่ในกระเป๋าคาดเอวที่อยู่ภายในเสื้อไปด้วย ซึ่งจังหวะที่ตนถูกทำร้ายจนล้มลง จึงรีบนำกระเป๋าซ่อนไว้ด้านหลัง โดยไม่ให้คนร้ายเห็น จึงไม่ได้ทรัพย์สินมีค่าใด ๆ ไป

ผู้เสียหาย

สำหรับความรู้สึกและสภาพจิตใจของตนขณะนี้ ยังรู้สึกเสียใจและหวาดผวา กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ภาพเหตุการณ์ยังติดตาอยู่ ถึงแม้ตนไม่มีสามีแต่รู้สึกเสียใจที่ถูกกระทำเช่นนี้ ล่าสุดได้เจอตัวผู้ต้องหา เขาก็ไม่มีการขอโทษหรือขอขมาแต่อย่างใด อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถึงขั้นประหารชีวิต เพราะกระทำรุนแรงกับผู้สูงอายุจนเกินไป

ชาวบ้านที่มาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลัง 100 นาย พร้อมนำตัวนายพรชัย ศรีคำภา อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น, ข่มขืน​ กระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ​ ด้วยประการใด ๆ​ โดยใช้กำลังประทุษร้าย​ โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางไทยมุงเกือบ 300 คน ที่ตะโกนด่าทอผู้ต้องหาอยู่ตลอดเวลา

บรรยากาศทำแผนฯ

โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง เพื่อพูดคุยกับญาติและผู้ที่มาดูให้อยู่ในความสงบและกันไม่ให้เข้าใกล้ผู้ต้องหา ทั้งนี้เหตุการณ์เริ่มบานปลาย จนหวิดโดนประชาทัณฑ์ โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 15 นาที  เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำตัวผู้ต้องหากลับ สภ.ศรีบุญเรือง

นายพรชัย ศรีคำภา ผู้ต้องหา

เบื้องต้น นายพรชัยได้ให้การรับสารภาพว่า ลงมือทำร้ายร่างกายเหยื่อก่อน จึงลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง  จากนั้นจึงได้วิ่งไปขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดซ่อนไว้ที่กระท่อมกลางไร่อ้อย แล้วขี่หลบหนีไป ซึ่งหลังก่อเหตุก่อไม่ได้หลบหนีไปไหน เฝ้ารอดูเหตุการณ์ จนเมื่อคืนนี้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระแคะระคายว่าตนเองเป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้เตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจะหลบหนี แต่โดนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู และตำรวจสืบสวน สภ.ศรีบุญเรืองบุกรวบตัวที่บ้านเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนางแก้ว (นามสมมติ) แม่ของผู้ต้องหา

ด้านนางแก้ว (นามสมมติ) แม่ของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ลูกชายขี่รถจักรยานยนต์ สะพายกระเป๋าเป้ออกไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. แล้วกลับเข้ามาบ้านอีกครั้งช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 14 พ.ค. โดยเมื่อกลับมาบ้าน ลูกชายไม่ได้มีท่าทีผิดปกติ หรือไม่ได้เล่าเหตุการณ์อะไรให้ฟัง แม่ของผู้ต้องหายืนยันเสียงหนักแน่นว่า ลูกชายไม่ได้ก่อเหตุข่มขืน มั่นใจว่าลูกชายไม่ได้ก่อเหตุเช่นนั้น ส่วนถุงยางอนามัยที่ถูกใช้แล้ว ซึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุนั้น อ้างว่าลูกชายตนมักจะพกถุงยางอนามัยแบบนี้เป็นประจำ เนื่องจากมีหญิงสาวมาติดพันเยอะ ส่วนเรื่องการต่อสู้คดีหรือการเข้าไปขอโทษคู่กรณีนั้น ตนขอคิดไตร่ตรองและปรึกษาครอบครัวก่อน แล้วจึงจะดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนางสร้อย (นามสมมติ) เพื่อนบ้านผู้ต้องหา

ขณะที่นางสร้อย (นามสมมติ) เพื่อนบ้านผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ได้เจอหน้าผู้ต้องหาในชุมชนบ่อยครั้ง เท่าที่พูดคุยทักทายกันเป็นคนนิสัยดี ไม่มีปัญหาหรือไม่เคยขัดแย้งกับใครในชุมชน จนกระทั่งทราบว่าก่อเหตุดังกล่าว ตนจึงได้พูดคุยกับคนในชุมชน ทำให้ทราบว่า นายพรชัยเคยก่อเหตุแอบส่องห้องน้ำเพื่อนบ้านจำนวนหลายราย แม้แต่ตนก็เคยเจอ ในขณะที่อาบน้ำมองเห็นคล้ายมีคนแอบมองผ่านรูช่องว่างด้านหลังห้องน้ำ แล้วเมื่อวิ่งออกมาปรากฏว่านายพรชัยวิ่งหลบข้ามกำแพงบ้านไป โดยหลังจากทราบว่าก่อเหตุข่มขืนนั้น ตนรู้สึกตกใจและหวาดกลัว เพราะที่บ้านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอาศัยอยู่ จึงกังวลในเรื่องความปลอดภัยด้วย

keyboard_arrow_up