เจ๊ร้านทองโต้โกงคนจำนำ แต่ไม่คืนแค้นโดนด่า – เหยื่อแฉจ่ายดอกนับหมื่น อ้างทองหาย (คลิป)

กรณีหนุ่มโพสต์คลิปโต้เดือดกับร้านทอง หลังไปไถ่ทองหนัก 2 บาท ที่จำนำเอาเงินมาแค่ 2,000 บาท แต่เจอร้านบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ทองคืนตามกำหนด

เจ้าของร้านทอง

วันที่ 16 พ.ค. 62 ผู้เสียหายจำนวน 6 ราย ได้นัดรวมตัวกันมาแจ้งความที่ สน.ราษฎร์บูรณะ จนถึงตอนนี้เข้ามาแล้วถึง 6 ราย โดยน.ส.พรสุดา ศรีโภภณ ผู้เสียหายรายหนึ่งบอกว่า ตัวเองจำนำทองไว้เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 62 ร้านบอกว่าก่อนจะมาไถ่ทองให้โทรศัพท์แจ้งก่อน 3 วัน วันที่ 30 เม.ย.จึงโทรศัพท์ไปที่ร้าน แต่ได้รับแจ้งให้มาไถ่ทองได้วันที่ 10 พ.ค. เมื่อไปที่ร้านในวันดังกล่าว พนักงานกลับบอกว่าเจ้าของร้านไม่อยู่ หลังจากนั้นโทรศัพท์ไปที่ร้านอีกก็โทรไม่ติด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ตนเห็นข่าวที่เกิดขึ้นก็ตกใจ จึงรีบมาแจ้งความในวันนี้

ผู้เสียหายรวมตัวเข้าแจ้งความ

ขณะเดียวกันในวันนี้ นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้นายพลกฤต เรืองสุกใส เจ้าพนักงานการปกครองชำนาญการพิเศษ กรมการปกครอง เดินทางมารับเรื่องและตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบใบหลักฐานที่ลูกค้าได้รับจากร้าน ปรากฏว่าเป็น “ใบรับซื้อชั่วคราว” ซึ่งไม่มีชื่อร้าน รวมถึงไม่มีอัตราดอกเบี้ยระบุไว้อย่างชัดเจน จึงถือว่าไม่ถูกต้อง

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. มีผู้หญิง 2 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ก่อนที่ตำรวจจะพาเข้าห้องสอบสวนและเชิญนายพีระภัทร ถาบรรดิษฐ์ ผู้เสียหายเข้าไปเจรจา เพื่อจ่ายเงินค่าไถ่ถอนที่เหลือ และรับมอบทองคำหนัก 2 บาทกลับคืน

นายพีระภัทร ถาบรรดิษฐ์ ผู้เสียหาย แสดงทองที่ได้รับคืน

โดยนายพีระภัทร กล่าวภายหลังร้านนำทองมาคืนว่า ไม่ติดใจเอาความอีก ส่วนผู้หญิงทั้ง 2 คน ที่นำทองมาให้ ยืนยันว่าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน และทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหนี้ของเจ้าของร้านทองที่รับเอาทองของตนไปเป็นประกันเพื่อแลกกับเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าของร้านค้าทองบอกว่าจะนำไปเป็นค่ารักษาหลานที่ป่วย ส่วนทองคำของผู้เสียหายรายอื่น ๆ ผู้ที่นำมาส่งคืนไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้ ต้องรอให้ตำรวจไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ผู้เสียหายให้สัมภาษณ์ในรายการต่างคนต่างคิด

หลังจากนั้นกลุ่มผู้เสียหายได้เดินทางเข้าร่วมรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 18.20 น. โดยนางสาวอัมพวรรณ ทับโชติ ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ได้นำทองคำหนัก 2 บาท ไปจำนำร้านดังกล่าว ได้เงินมา 15,000 บาท ที่ผ่านมาผ่อนดอกเบี้ยมาเรื่อย ๆ จนเมื่อเดือน ม.ค. 62 ตนเองจะไปไถ่ทองคืน แต่ร้านอ้างว่าให้รอก่อนเพราะกำลังทำทองให้ใหม่ เนื่องจากทองเส้นเดิมหาย ซึ่งนับตั้งแต่นั้นจนถึงตอนนี้ผ่านไป 8 เดือนก็ยังไม่ได้รับทองคืน โดยขอยืนยันว่า ถ้าตัวเองไม่ได้ทองคืนก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

เจ้าของร้านทองให้สัมภาษณ์ในรายการต่างคนต่างคิด

ด้านเจ้าของร้านทองยืนยันว่า จะคืนทองลูกค้าทุกคนภายใน 2-3 วันนี้ โดยที่ลูกค้าเข้ามาไถ่ทองคืน แต่ยังไม่ได้รับคืนไปนั้น เนื่องจากเจ้าของร้านซึ่งมีอยู่ 2 คน จะเป็นผู้ถือกุญแจตู้เซฟเก็บทองของลูกค้าเอง แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามีวันหยุดหลายวัน จึงอาจทำให้เจ้าของร้านเดินทางไปทำธุระต่างจังหวัดบ่อยครั้ง ลูกค้าที่มาติดต่อไถ่ทอง จึงอาจไม่ได้รับคืนไปในทันที ที่ผ่านมาร้านเคยให้พนักงานร้านเป็นผู้ถือกุญแจและหยิบทองให้ลูกค้า แต่กลับประสบปัญหาหยิบทองผิดให้ลูกค้า ภายหลังจึงมีมาตรการว่าให้เจ้าของร้านเป็นผู้หยิบเอง โดยเจ้าของร้านมี 2 คน แบ่งหน้าที่กัน ตอนนี้ที่ล่าช้าเพราะกำลังหาลายทองคำที่เหมือนกันให้

ทั้งนี้ เนื่องจากเจ้าของไม่ได้อยู่ร้านตลอด ดังนั้นหากใครจะไถ่ทองคืนก็ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เจ้าของร้านก็จะหยิบทองออกมาให้ที่หน้าร้าน ส่วนกรณี น.ส.พรสุดา ผู้เสียหายรายหนึ่งบอกว่าเขามาที่ร้าน แล้วคนในร้านบอกว่า “เฮีย” ยังไม่กลับมาจากต่างจังหวัด ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าของร้านทั้ง 2 คนเป็นผู้หญิง แล้วทำไมคนในร้านจึงเรียกว่า “เฮีย”  ด้านเจ้าของร้านได้ชี้แจงในรายการว่า เพราะร้านยังมีหุ้นส่วนอีก

ทั้งนี้ นายพีระภัทรถามกลับถึงเจ้าของร้านว่า ทำไมเมื่อตนไปหาที่ร้าน แล้วเจ้าของร้านกลับอ้างโดยบอกว่าเป็นเพียงพนักงานร้าน โดยเจ้าของร้านบอกว่าไม่ขอตอบประเด็นดังกล่าวนี้ และบอกว่าไม่ขอคุยกับนายพีระภัทรเพราะในวันเกิดเหตุตามในคลิป เขาทำเกินกว่าเหตุ พูดจาไม่ดี วันที่เขามาทวงไถ่ทองคืน ตนจึงไม่อยากให้กลับไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up