เมียร้องคดีอืด รถซิ่งชนผัวตายลูกขาหัก ได้ 5 พันค่าทำศพ – กระบะโต้เรียกล้านไม่มีให้ (คลิป)

กรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return v.11” โพสต์เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 62 เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ พร้อมกับลูกวัย 3 ขวบ โดยมีสามีเป็นคนขับขี่ แต่แล้วได้มีรถกระบะได้ขับข้ามเลนมาพุ่งชนรถจักรยานยนต์ ทำให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต ส่วนหญิงสาวรายดังกล่าวและลูกได้รับบาดเจ็บ โดยระยะเวลาเข้าสู่เดือนที่ 4 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ทำสำนวนส่งฟ้อง เพราะคู่กรณีไม่เซ็นรับทราบข้อกล่าวหา

ผู้บาดเจ็บขณะพักรักษาตัว

วันที่ 16 พ.ค. 62 น.ส.แอม (นามสมมติ) ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 62 เวลาประมาณ 19.40 น. สามีพามาเที่ยวบ้านญาติที่ ต.พรหมณี จ.นครนายก จากนั้นแฟนจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์พาตนและลูกวัย 3 ขวบกลับบ้านที่หนองชะอม จ.ปราจีนบุรี เมื่อมาถึงบริเวณถนนทางเข้าโรงเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งเป็นถนน 2 เลน สภาพถนนไม่ค่อยดีนัก ได้มีรถกระบะสวนทางมาและเกิดชนประสานงากัน ตนคิดว่าสามีเห็นรถกระบะขับข้ามเลนมา แต่เหตุเกิดกะทันหันทำให้เบรกรถไม่อยู่

ภาพจำลองเหตุการณ์

น.ส.แอมเล่าว่า ตอนนั้นตัวเธอลอยกระเด็นข้ามไปนอนอยู่ท้ายกระบะ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บช่วงท้ายทอย ใบหน้า กระดูกหลังมือซ้ายและกระดูกเชิงกรานหัก ส่วนลูกก็กระเด็นไปอยู่บนถนนท้ายรถกระบะ ทำให้ขาขวาหัก 2 ท่อน และขาซ้ายด้านบนแตก ส่วนสามีนอนอยู่หน้ารถกระบะ ยังสามารถพูดตอบโต้ได้อยู่ แต่หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที สามีก็ก็เสียชีวิตคาที่ ภายหลังจากเกิดเรื่องคู่กรณีได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล ขณะนั้นตนต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลเกือบเดือน คู่กรณีบอกว่าจะช่วยค่ารักษาพยาบาลคนละ 30,000 บาท แต่ก็ไม่มีการจ่ายให้ แต่ทราบมาว่าคู่กรณีได้ไปงานศพสามี และมอบเงิน 5,000 บาท

น.ส.แอม (นามสมมติ) ภรรยาของผู้เสียชีวิต

น.ส.แอม เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเพิ่งมาทราบว่าสามีเสียชีวิต หลังจากเกิดเหตุแล้วประมาณ 1 เดือน เนื่องจากไม่มีใครกล้าเล่าให้ฟัง เพราะช่วงนั้นตนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ญาติเลยรอให้ร่างกายและสภาพจิตใจแข็งแรงดีก่อนจึงเล่าให้ฟัง ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 เดือนตนก็ถามหาสามีว่าสภาพร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง ครอบครัวจึงได้แต่โกหกว่าสามีได้รับบาดเจ็บหนัก ต้องอยู่ห้องปลอดเชื้อ แต่เมื่อตนรู้ว่าเสียชีวิตก็ตกใจ เพราะสามีถือเป็นเสาหลักของครอบครัว

ทั้งนี้ ครอบครัวของสามีได้ไปแจ้งความตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า ยังไม่สามารถสรุปสำนวนได้ และหลังเกิดเรื่องตำรวจก็ยังไม่ติดต่อกลับมา ตอนนี้ชีวิตตนลำบากมาก ยังไม่ได้ทำงาน เนื่องจากไม่สามารถยกของหนักได้ ส่วนลูกก็ต้องกายภาพบำบัดเพื่อให้ขากลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม จึงอยากเรียกร้องให้ตำรวจเร่งสรุปสำนวนส่งฟ้อง และอยากให้คู่กรณีมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นและถูกดำเนินคดี

นายเม่น (นามสมมติ) ลูกชายคนขับรถกระบะ

ด้านนายเม่น (นามสมมติ) ลูกชายของผู้ขับรถกระบะในวันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องพ่อได้มาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะที่พ่อกำลังขับรถข้ามผ่านแยกมา รถจักรยานยนต์คู่กรณีได้ขี่รถแซงรถคันข้างหน้าของเขา ทำให้พ่อที่ขับรถมาในอีกเลนได้ชนประสานงากัน โดยยืนยันว่าพ่อไม่ได้ขับรถคร่อมเลน ทำให้ตอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวไป พ่อจึงไม่รับสารภาพว่าเป็นคนขับรถชน

นายเม่นบอกว่า หลังเกิดเหตุครอบครัวก็ไปร่วมงานศพผู้เสียชีวิตแล้วได้ให้เงินในเบื้องต้นเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท และให้เงินกับคนเจ็บจำนวน 4,000 บาท หลังจากนั้น 2-3 วัน ครอบครัวตนได้เสนอเงินเยียวยาในเบื้องต้นให้ เพราะทราบมาว่ารถของคู่กรณีไม่มีพ.ร.บ. แต่คู่กรณีไม่รับเงิน เพราะอยากได้เงินในส่วนที่เรียกร้องมาเป็นจำนวน 1,500,000 บาท แต่ครอบครัวตนไม่ได้มีเงินจำนวนมากขนาดนั้น

ส่วนพ่อตนขณะนี้ก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เครียด ไม่อยากทำงานอะไร เนื่องจากภาพเหตุการณ์เหล่านั้นยังคงติดตาอยู่ ตนก็อยากบอกคู่กรณีว่าพร้อมจะเยียวยา และอยากให้คู่กรณีลองมาพูดคุยกันอีกครั้ง

 

keyboard_arrow_up