ปิดตำนานซีอุย ศิริราชลบคำ “กินคน” บนตู้โชว์ แต่ “ฟาโรว์” จี้เผาศพ พ้นมลทิน (คลิป)

กรณีมีการเปิดแคมเปญล่ารายชื่อเพื่อนำร่างของ “ซีอุย แซ่อึ้ง” ที่ถูกอ้างว่าเป็นมนุษย์กินคน ตั้งโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช โรงพยาบาลศิริราช ออกจากพิพิธภัณฑ์ โดยระบุว่า ปัจจุบันคนรู้กันหมดแล้วว่าซีอุยไม่ได้ฆ่าและกินเครื่องในมนุษย์ แต่เกิดจากการถูกใส่ร้าย แต่พิพิธภัณฑ์ฯ ก็ยังนำศพของเขามาโชว์ และยังตราหน้าว่าเป็นมนุษย์กินคน โดยเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงในสังคมอย่างกว้างขวาง

ร่างซีอุย ในพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช รพ.ศิริราช ระบุข้อความ “มนุษย์กินคน”

วันที่ 16 พ.ค. 62 นายฟาโรห์ จักรภัทรา อายุ 25 ปี ผู้ตั้งแคมเปญล่ารายชื่อเพื่อให้พิพิธภัณฑ์ศิริราช โรงพยาบาลศิริราชมีการนำร่างของ “ซีอุย แซ่อึ้ง” (มนุษย์กินคน) ออกจากส่วนแสดงของพิพิธภัณฑ์ฯ เปิดเผยว่า แคมเปญนี้ถูกตั้งขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย. 61 เป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งจากเดิมตนเคยเข้าไปดูร่างของซีอุย ที่พิพิธภัณฑ์ฯ เห็นเป็นลักษณะร่างเปลือยอยู่ในตู้กระจกและมีการติดข้อความว่า “ซีอุย แซ่อึ้ง (มนุษย์กินคน)” และเคยได้ยินตำนานว่าเป็นมนุษย์กินคน ตลอดจนมีผู้ใหญ่มักจะบอกตอนเด็กว่า “เดี๋ยวซีอุยมากินตับ” หรือแม้แต่เห็นเรื่องราวตำนานซีอุยถูกถ่ายทอดว่าเป็นมนุษย์กินคนมาเป็นเวลานาน ทำให้หลายคนเข้าใจนิยามความหมายของซีอุยว่าเป็นมนุษย์กินคน จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยน เมื่อตนได้เห็นรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่มีการถ่ายทอดเรื่องราวของซีอุยอีกมุมหนึ่ง ทำให้เห็นว่าแท้จริงแล้วไม่มีหลักฐานใดบ่งบอกชี้ชัดว่าซีอุยเป็นมนุษย์กินคน หรือแม้แต่คดีที่ซีอุยให้การสารภาพว่ากินเครื่องในเด็กผู้หญิง สุดท้ายปรากฏว่าเด็กผู้หญิงคนที่เป็นคู่กรณีมีเครื่องในอวัยวะอยู่ครบ หรือแม้แต่บางคดีที่ซีอุยตกเป็นผู้ต้องหา แต่สุดท้ายสามารถจับคนก่อเหตุได้จริง

นายฟาโรห์ จักรภัทรา ผู้ตั้งแคมเปญ

แม้ไม่มีหลักฐานใดที่บ่งบอกว่าซีอุยเป็นมนุษย์กินคน แต่กลับถูกตีตราและขึ้นป้ายว่า “มนุษย์กินคน” อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ ตนจึงไม่เห็นด้วยและอยากเรียกร้องสิทธิมนุษยชนกลับคืนมาให้ซีอุยอีกครั้ง เพราะแม้ว่าซีอุยทำผิดจริง แล้วมีการลงโทษด้วยการประหารชีวิต ถือว่าเป็นโทษสูงสุด จึงตั้งคำถามกลับไปว่าประหารชีวิตยังไม่พออีกหรือ ตนมองว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำร่างเปลือยของซีอุยมาแขวนโชว์ไว้ในพิพิธภัณฑ์ หากร่างมีความสำคัญหรือสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาดูได้จริง อาจมีการปรับเปลี่ยนด้วยการทำรูปปั้นหรือภาพซีอุยแทน แต่หากท้ายที่สุดไม่สามารถนำร่างของซีอุยออกได้จริง ก็อยากให้นำข้อความว่า “มนุษย์กินคน” ออกไปหรือสวมเสื้อผ้าให้ร่างอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมลงชื่อในแคมเปญนี้แล้วจำนวนกว่า 12,000 คน ซึ่งถ้าหากมีผู้ลงชื่อครบจำนวน 15,000 คน ตนตั้งใจจะจัดทำเอกสารส่งเรื่องดังกล่าวไปถึง รพ.ศิริราช ต่อไป เพื่อให้สังคมไทยได้เรียนรู้จากความผิดพลาดว่า ในอดีตเคยมีชายคนหนึ่งตกเป็นจำเลยสังคมเพราะการเผยแพร่ข่าวลือที่ไม่มีพยานหลักฐาน ให้ตระหนักถึงสิทธิและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งตนเองและผู้อื่น

ป้ายบริเวณตู้แสดงร่างซีอุย มีการปิดทับข้อความ “มนุษย์กินคน”

ล่าสุดที่พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช โรงพยาบาลศิริราช จุดที่มีการแสดงศพของซีอุย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการนำกระดาษสีขาวมาปิดทับข้อความที่ระบุว่า “มนุษย์กินคน” แต่คงเหลือข้อความบนป้ายสีเขียวแสดงชื่อภาษาอังกฤษและภาษาไทยของซีอุยเอาไว้ดังเดิม

keyboard_arrow_up