อำมหิต! เมียใหม่ฆ่า อบต.เย๋ ลูก 9 ขวบเห็น เปิดภาพลับขนโซฟาเปื้อนเลือดตบตา ตร. (คลิป)

จากกรณีนายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ อายุ 46 ปี ถูกนางเบญจวรรณ ไทเจีย ภรรยา ฆาตกรรมอำพราง โดยรับสารภาพว่าใช้ปืนยิงสามีผ่านหมอน ก่อนจะร่วมมือกับนายวัชรพล ไทเจีย น้องชาย นำร่างของสามีไปขุดดินฝังไว้ภายในสวนทุเรียน ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เหตุเกิดวันที่ 15 เม.ย. 62 (อ่าน : “อบต.เย๋” หายลึกลับ ถูกเมียใหม่ฆ่าฝังดิน สุดโหดคำสารภาพยิงผ่านหมอน ถุงผ้าคลุมรถห่อศพ)

เจ้าหน้าที่คุมตัวนางเบญจวรรณ ผู้ต้องหา ทำแผนฯ
เจ้าหน้าที่คุมตัวนางเบญจวรรณ ผู้ต้องหา ทำแผนฯ

ล่าสุด วันที่ 15 พ.ค. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนางเบญจวรรณ ผู้ต้องหาฆ่าสามีตัวเอง ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ใช้ถุงพลาสติกสวมมือเพื่อจับปืน มือนำหมอนอิงมาวางด้านหลังศีรษะเพื่อเป็นฉากกัน ก่อนลั่นไกปืน แต่กระสุนด้าน จากนั้นจึงเดินออกไปหยิบเศษผ้ามารองมือแทนถุงพลาสติด แล้วกลับมายิงอีกครั้ง แต่กระสุนด้านซ้ำ

ภาพจำลองเหตุการณ์ จากคำรับสารภาพของผู้ต้องหา

จากนั้น เดินออกมาไหว้รูปพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว พร้อมบอกว่า “ขอให้ลั่นไกปืนได้ ขอให้พ่อช่วย เพราะถ้าหากไม่ทำแบบนี้ สามีตื่นขึ้นมาจะฆ่าตนและลูก” จากนั้นก็เดินไปหยิบปืนออกมาอีกครั้ง แล้วก่อเหตุยิงศีรษะสามีเสียชีวิตคาที่ พร้อมนำผ้าห่มคลุมตัว แล้วเปิดแอร์ปรับอุณหภูมิให้เย็นขึ้น จากนั้น พาลูกชายวัย 9 ขวบที่นั่งเล่นเกมอยู่อีกห้อง ออกทางประตูหลังบ้าน แล้วเดินมาขึ้นรถยนต์ขับออกพาลูกไปอยู่บ้านญาติ จากนั้นตนกับน้องชายก็ลงมือนำร่างสามีไปฝังดิน

ภาพจากกล้องวงจรปิด รถมาส่งโซฟาที่บ้าน (17 เม.ย. 62)

หลังจากที่นำศพนายทรงศักดิ์ ฝังดินอำพรางแล้ว ช่วงสายของวันที่ 17 เม.ย. 62 ตนกลับมาที่บ้านเพื่อเคลียร์พื้นที่ ทำความสะอาดคราบเลือด นำเศษผ้าโซฟาไปทิ้ง แล้วซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้ามาที่บ้าน โดยไม่ได้กลับเข้ามานอนที่บ้านอีก

นายปฤษฎางค์ เพิ่มสุข ลูกผู้เสียชีวิต

นายปฤษฎางค์ เพิ่มสุข ลูกชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่นางเบญจวรรณให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ก็ไม่ผิดตามที่คาดไว้ ก่อนหน้านี้ครอบครัวมองว่าเจ้าตัวป็นผู้ก่อเหตุ เพราะเห็นภาพหลักฐานกล้องวงจรปิด ส่วนที่นางเบญจวรรณ ลั่นไกปืน 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งลั่นไกครั้งที่ 3 ตนไม่เชื่อ เนื่องจากปกติพ่อตนดื่มเบียร์จนเมานอนหลับ แต่เมื่อมีหมอนมาสัมผัสศีรษะ หรือมีเสียงลั่นไกปืน 2 ครั้ง ต้องรู้สึกตัว เพราะพ่อเป็นคนรู้สึกตัวง่าย ส่วนตัวจึงเชื่อว่าอาจมีการวางยาก่อน

ส่วนสาเหตุที่นางเบญจวรรณอ้างว่าถูกพ่อตนข่มขู่ทำร้ายฆ่าลูกเมียนั้น ตนก็ไม่เชื่อ เนื่องจากพ่อรักลูกรักครอบครัวมาก ซึ่งตนมั่นใจว่าเป็นการวางแผนมาอย่างดีทั้งการขุดฝังดิน และการอำพรางศพ ตนรู้สึกเสียใจที่ภรรยาของพ่อลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ทั้งนี้ รู้สึกโล่งและดีใจที่อย่างน้อยได้นำศพพ่อไปบำเพ็ญกุศล

ส่วนที่น้องชายของนางเบญจวรรณรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุ ตนก็สงสัยอยู่แล้ว เพราะนายวัชรพลเคยขัดแย้งกับพ่อเรื่องการนำเครื่องมือออกไปทำงาน อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายคู่กรณีจะเข้ามาขอขมาศพ ตนก็ยินดี ส่วนเรื่องกิจการทรัพย์สินของพ่อ หากทรัพย์สินใดที่เป็นกรรมสิทธิ์ของปู่ย่า ตนพร้อมจะดูแลต่อ ส่วนทรัพย์สินที่เป็นของพ่อหรือนางเบญจวรรณ ก็ดำเนินตามขั้นตอนต่อไป

นายมานพ บำรุงบ้าน เพื่อนสนิทผู้เสียชีวิต

นายมานพ บำรุงบ้าน อายุ 44 ปี เพื่อนสนิทผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังจากที่นางเบญจวรรณรับสารภาพ เป็นไปตามที่ตนคิดไว้ ส่วนปมการสังหาร ตนไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง เพราะที่ผ่านมา อบต.เย๋ ไม่เคยมาปรึกษาปัญหาเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือธุรกิจแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมา อบต.เย๋ และภรรยา มักจะมาเล่นที่บ้านตนบ่อยครั้งพร้อมพาลูกมาด้วย ตนก็ไม่เคยเห็นสามีภรรยามีปากเสียงกรือตบตีกัน ตนจึงมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องหึงหวงแน่นอน เพราะทั้งคู่มักจะหยอกล้อเรื่องผู้หญิงเป็นประจำ

ทั้งนี้ ตนคิดว่าอาจเป็นเรื่องของธุรกิจ ทรัพย์สมบัติ ซึ่งที่ผ่านมาตนทราบมาว่าที่ดินสวนทุเรียนแปลงที่เป็นจุดฝังศพ นางเบญจวรรณแอบนำเงินมาซื้อไว้ โดยไม่ได้บอกให้ผู้เสียชีวิตทราบ อีกทั้งเคยมีการปลอมแปลงเอกสารปลอม เพื่อเอาที่ดินและสมบัติบางส่วนของ อบต.เย๋ ด้วย และเท่าที่ตนทราบทรัพย์สินส่วนใหญ่ มีการโอนและซื้อชื่อของนางเบญจวรรณ

นอกจากนี้ ตนสงสารลูกชายของ อบต.เย๋ ที่พ่อเสียชีวิต แล้วแม่ต้องติดคุก และเมื่อเด็กเติบโตขึ้นก็จะเข้าใจเหตุการณ์ ตนคิดว่าลูกชายวัย 9 ขวบคงรับรู้เรื่องราว เพราะถึงแม้ว่าตอนเกิดเหตุจะมีการยิงผ่านหมอน แต่เสียงปืนก็ต้องดังจนเด็กได้ยิน

keyboard_arrow_up