พ่อแจ้งจับลูกชายโหดไม้แขวนเสื้อฟาดลูก 10 ขวบร่างน่วม – สะใภ้อ้างตีแค่ทีเดียว ดื้อจนเหลือทน (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ข่าวปราการนิวส์” แชร์เรื่องราวเด็กหญิงคนหนึ่งถูกพ่อแท้ ๆ ตีจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมแชร์รูปภาพเด็กหญิงที่ถูกทำร้าย มีร่องรอยบาดแผล และความบอบช้ำจากการถูกตี

อาการบาดเจ็บของเด็ก

ล่าสุดวันที่ 9 พ.ค.62 นายธนากร ขันหลวง อายุ 56 ปี ปู่ของเด็กที่ถูกทำร้าย เล่าว่า เมื่อวานนี้ (8 พ.ค.) เวลา 18.00 น. หลานชายคนเล็กได้วิ่งมาหาตนพร้อมบอกว่า หลานสาวคนโตวัย 10 ปีถูกพ่อตี ตนจึงตัดสินใจเปิดเสื้อผ้าหลานดู พบบาดแผลที่ถูกตีมีสภาพฟกช้ำเขียว ซึ่งเมื่อถามถึงสาเหตุในครั้งนี้ทำให้ทราบว่า หลานสาวเก็บที่นอนช้า เมื่อพ่อมาเห็นก็โมโห และลงมือทุบตี ซึ่งยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมา หลานตนถูกตีแทบจะประจำ แต่ครั้งนี้ตนมองว่าลูกชายทำเกิดกว่าเหตุ ตนไม่สามารถรับกับเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ จึงตัดสินใจดำเนินคดีแจ้งความจับลูกชาย แต่ลูกสะใภ้กลับบอกให้ตนถอดแจ้งความ แต่ตนไม่ยอม

นายธนากร ขันหลวง ปู่ของเด็กที่ถูกทำร้าย

นายธนากรยอมรับว่า ลูกชายตนเป็นคนอารมณ์ร้อนง่าย ตนเคยห้ามปราบเรื่องการตีลูก แต่ลูกชายก็ไม่ได้สนใจกับคำพูดตนแต่อย่างใด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ตนจึงนำหลานมารักษาตัวอยู่ที่บ้านตน ซึ่งสภาพจิตใจเด็กตอนนี้ถือว่าดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากบอกลูกชายว่าให้ตั้งใจทำมาหากิน เลิกยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี อยากให้กลับมาดูแลครอบครัว ซึ่งการที่ตนแจ้งความนั้นเพราะว่าอยากให้ตำรวจช่วยตักเตือน อบรมสั่งสอน แต่ถ้าไม่เป็นผลก็ให้กฎหมายลงโทษแทน

น.ส.พลอย แม่ของเด็ก (หันหลัง)

ด้านน.ส.พลอย (นามสมมติ) แม่ของเด็ก เล่าว่า วันเกิดเหตุตนทำงานอยู่ สามีโทรศัพท์บ่นว่าบ้านเละเทะ และได้ตีลูกไป 1 ที หลังจากวางสายไปไม่นานนัก แม่ของสามีโทรศัพท์มาต่อว่าตนว่าทำไมสามีตีลูกขนาดนั้น พร้อมกับส่งรูปภาพบาดแผลของลูกตนมาให้ดูทางโทรศัพท์ ยอมรับว่าเมื่อเห็นรูปแล้วตนโกรธมาก จึงโทรศัพท์ไปต่อว่าสามี ซึ่งสามีให้เหตุผลว่า ได้บอกลูกสาวให้ดูแลน้อง เก็บบ้านให้ดี เก็บที่นอนให้เรียบร้อย และลูกก็รับปาก จากนั้นสามีก็ออกไปทำงาน และได้กลับเข้ามาที่บ้านอีกรอบ พบว่าลูกสาวยังไม่มีการเก็บกวาดบ้าน เอาแต่นอนเล่นเกม สามีจึงลงโทษด้วยการนำไม้แขวนเสื้อมาตี น.ส.พลอยยืนยันว่าสามีไม่ค่อยได้ตีลูกบ่อยนัก ถ้าไม่โมโหจริง ๆ และยืนยันว่าสามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใด ๆ ทั้งสิ้น

ล่าสุดที่ตนได้ติดต่อกับสามี เขาบอกกับตนว่าเครียดและเสียใจมาก ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ วันนั้นทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย ลูกค้าก็เยอะ กลับมาก็มาเจอลูกทำตัวแบบนั้นอีก และเขาบอกว่าอยากกลับมาคุยกับพ่อให้เรียบร้อย เขากลัวว่าจะไม่ได้อยู่กับลูกอีกเพราะถูกจับ จึงขอให้ตนไปคุยกับพ่อเพื่อให้ถอดแจ้งความ แต่พ่อของสามีก็บอกว่าขอพบลูกชายก่อนจึงจะถอนแจ้งความ ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าตั้งแต่อยู่ด้วยกันกับสามีมา 11 ปี นิสัยของสามีตนเป็นคนขี้หงุดหงิด ถ้าไม่โมโหลูกสุด ๆ ก็จะไม่ตีลูก เพราะแค่ดุ ตะคอกเสียง ลูกก็กลัวกันหมดแล้ว

keyboard_arrow_up