น้องสาวเหยื่อเสี่ยเบนซ์ชนฟอร์ด โล่งใจศาลเพิ่มโทษคุก 4 ปี ไม่อาฆาต ขอบคุณความยุติธรรม (คลิป)

จากกรณีคดีที่นายเจนภพ วีรพร ขับรถเบนซ์สีดำ ชนรถยนต์ฟอร์ดจนเกิดไฟลุกไหม้ ส่งผลให้นายกฤษณะ ถาวร หรือ โต้ง และน.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย หรือ เบนซ์ นักศึกษาปริญญาโท เสียชีวิต เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 59 โดยต่อมาคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน และไม่รอลงอาญา แต่ครอบครัวได้ขอยื่นอุทธรณ์ให้เพิ่มโทษ

ภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ

ล่าสุด วันที่ 8 พ.ค. 62 ศาลอุทธรณ์มีการอ่านคำพิพากษาจำคุกเพิ่มจำเลยเป็น 6 ปี ฐานเสพแอมเฟตามีนขับรถ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ลดโทษเหลือ 4 ปี เพราะจำเลยให้การเป็นประโยชน์

ผู้เสียชีวิต

โดย น.ส.นงครัตน์ ถาวร น้องสาวของนายกฤษณะ เปิดเผยว่า หลังศาลมีคำตัดสิน ส่วนตัวรู้สึกพึงพอใจและยังเชื่อว่าความยุติธรรมมีจริง ที่ผ่านมาตนเองไม่ได้กังวลหรือคิดเกี่ยวกับคำตัดสินของศาลแล้ว เนื่องจากตั้งใจทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการหาและรวบรวมพยานหลักฐานเต็มที่ที่สุด ยอมรับว่าวันนี้ตนเองจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเป็นวันที่ศาลอุทธรณ์จะมีการอ่านคำพิพากษา แต่ต้องขอบคุณทีมทนายความที่ดูแลครอบครัวตนมาอย่างดี ถึงแม้จะไม่ได้ดูแลคดีในส่วนคดีอาญา แต่ก็ยังส่งทีมทนายความไปฟังคำตัดสินให้ และโทรศัพท์มาบอกผลคำตัดสิน

โดยทันทีที่ทนายความโทรศัพท์มาแจ้งผลตัดสินจำเลยถูกสั่งจำคุก 6 ปี ลดโทษเหลือ 4 ปี เนื่องจากให้การเป็นประโยชน์ ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกขนลุกและหูอื้อไป จนต้องขอให้ทนายความพูดซ้ำอีกรอบ ซึ่งผลตัดสินถือว่าสูงสุดในคดีที่จำเลยกระทำผิดแล้ว ส่วนผลการตัดสินที่ออกมา ตนและครอยครัวอยากขอบคุณทีมอัยการที่มีการยื่นอุทธรณ์จนมีคำตัดสินในวันนี้

น.ส.นงครัตน์ ถาวร น้องสาวของนายกฤษณะ

ส่วนครอบครัวไม่ได้ติดใจจำเลยแล้ว และไม่ได้เจอนายเจนภพ ผู้ต้องหา ตั้งแต่มีคำตัดสินของศาลชั้นต้น ตนเองไม่ได้โกรธเพราะได้อโหสิกรรมไปทั้งหมดแล้ว แต่เพียงยังคงคิดเสียใจว่าทำไมเรื่องเช่นนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับครอบครัวตน เวลาท้อ เวลามีปัญหา ก็จะคิดถึงพี่ชาย แต่เหตุที่เกิดขึ้นมันแก้ไขไม่ได้ การสูญเสียพี่ชายทำให้ครอบครัวเราได้มานั่งคุย มาปรับทุกข์กันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ครอบครัวได้บทเรียนต่อการจากไปของพี่ชายครั้งนี้ด้วย

หลังจากนี้เรื่องคดีความ ฝ่ายจำเลยมีการยื่นฎีกาเพื่อสู้คดีต่อ ครอบครัวก็ไม่ได้กังวลอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ เพียงตนอยากฝากบอกคนอื่น ๆ ที่ต้องใช้รถ เรื่องการขับขี่ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอุบัติเหตุถือเป็นเหตุที่ทำให้คนเสียชีวิตได้เช่นเดียวกับคนเป็นโรคมะเร็ง ที่มันสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ตราบใดที่ยังมีคนขับรถประมาทเช่นนี้ ส่วนคดีทางแพ่ง ครอบครัวจำเลยมีการชดใช้ค่าเสียหายตามสมควรเรียบร้อยแล้ว

keyboard_arrow_up