เพื่อนฆาตกรหั่นศพสาวเล็บแดง อึ้งคนดีที่แท้โหด แทงร่างจนเลือดนองให้สิ้นใจ นอนกอดศพ 1 คืน (คลิป)

จากกรณีพบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ถูกแยกชิ้นส่วนใส่ไว้ในถุงกระสอบ จำนวน 2 ถุง พบหนังมือลอดออกมา ทาเล็บสีแดง ทิ้งไว้ในคลองโคกมะยม หมู่ 7 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และพบว่าผู้เสียชีวิตคือ นางจำปี หอมชวน อายุ 45 ปี ชาว จ.สระแก้ว กระทั่งวันที่ 3 พ.ค. 62 ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวีรพล พรมศรี อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นคนร้ายได้

นายวีรพล พรมศรี ผู้ต้องหา

วันที่ 7 พ.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีลงพื้นที่จุดที่นายวีรพลฆ่าและหั่นศพนางจำปี ก่อนจะนำเศษชิ้นเนื้อทิ้งลงชักโครก และนำอวัยวะแขน ขา ศีรษะ กระดูกและลำตัวใส่ถุงกระสอบ 2 ถุง นำไปทิ้งบริเวณริมคลองโคกมะยม ซึ่งห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร และนำเบาะที่นอนที่เปื้อนเลือดไปทิ้งถังขยะในหมู่บ้าน ซึ่งห่างออกไปจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร และนำเขียงไม้ที่ใช้หั่นศพไปทิ้งบริเวณตรอกข้างตึกที่เกิดเหตุ

จุดที่นายวีรพลฆ่าและหั่นศพนางจำปี
จุดที่นายวีรพลฆ่าและหั่นศพนางจำปี

โดยนายเสรี เผ่าทหาร อายุ 48 ปี เพื่อนบ้านของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนเป็นเพื่อนบ้านของนายวีรพล ก็เคยพูดคุยกับเขาอยู่ 2-3 ครั้ง แต่เป็นแค่การทักทายกันทั่วไปจึงทำให้รู้ว่าตึกเกิดเหตุนั้น บริษัทต้นสังกัดเช่าเป็นออฟฟิศ ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานและอยู่อาศัยในตึกนี้ นายวีรพลเคยซื้อผลไม้ที่ร้านของตน จากการสังเกตและได้พูดคุย ตนมองว่านายวีรพลเป็นคนใจดี ไม่มีพิษภัยกับใคร เขาไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัว หรือพูดถึงนางจำปีให้ฟัง แต่ตนเคยเห็นผู้ตายมาที่อาคารเกิดเหตุ 1-2 ครั้ง แต่ก็ไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพราะคิดว่านางจำปีเป็นแค่คนงานทั่วไป จนกระทั่งเป็นข่าว ซึ่งในคืนเกิดเหตุ (19 เม.ย.) ตนก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่บ้านขณะที่เขาก่อเหตุหรือไม่ เพราะตอนนั้นตนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

นายเสรี เผ่าทหาร เพื่อนบ้านของผู้ก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่นายวีรพลลงมือฆ่า ตนคิดว่าเจ้าตัวคงจะถูกฝ่ายหญิงหลอกเอาเงิน และฆ่าหั่นศพด้วยความแค้น เพราะตนมองว่านายวีรพลเองก็เป็นคนไม่มีพิษมีภัยอะไร เป็นเพียงคนทำมาหากินธรรมดาคนหนึ่ง นอกจากนี้ หลังจากวันที่นายวีรพลก่อเหตุแล้ว ตนก็มีโอกาสพบกับเจ้าตัวอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงได้พูดคุยกัน หลังจากนั้นตนก็ไม่เจอเขาอีกจนกระทั่งตำรวจพาตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ภาพจำลองเหตุการณ์

ด้าน สารวัตรสอบสวน สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ให้ข้อมูลว่า นายวีรพลสารภาพว่าเป็นผู้ฆ่าและอำพรางศพของนางจำปี สาเหตุเกิดจากการที่ผู้ตายผิดสัญญาหลอกเอาเงินจำนวน 2 แสนบาท และไม่ยอมย้ายมาอยู่ด้วยเพราะยังไม่เลิกกับแฟนอีกคน ซึ่งในคืนเกิดเหตุ (19 เม.ย.) นายวีรพลได้แทงผู้ตายด้วยมีดปลายแหลม และหั่นศพด้วยมีดปอกผลไม้ ก่อนจะนำชิ้นเนื้อทิ้งลงชักโครก และนำกระดูกใส่ถุง 2 ถุงไปทิ้งที่ริมคลองในช่วงเช้ามืดของวันที่ 21 เม.ย.  และเก็บทรัพย์สินมีค่า โทรศัพท์ของผู้ตายเอาไว้

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ฆ่าผู้อื่น, อำพรางศพ, ลักทรัพย์ ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และได้ส่งตัวฝากขังที่ศาลตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. โดยไม่มีญาติมาประกันตัว

นายบอย (นามสมมติ) เพื่อนบ้านผู้ต้องหา
ขณะที่นายบอย (นามสมมติ) อายุ 39 ปี เพื่อนบ้านผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนรู้สึกตกใจที่เหตุฆ่าหั่นศพมาเกิดขึ้นใกล้ ๆ บ้าน เพราะตอนที่พบซากศพที่ริมคลองโคกมะยมนั้น ตนก็ยังคิดว่าเป็นคนอื่นนำมาทิ้ง ไม่คิดว่านายวีรพลเป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งตนก็ยังเคยจูงลูกเดินเล่นในหมู่บ้านและเดินสวนกับเขา สังเกตว่าเขาก็เป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร และอยู่คนเดียวตลอด แต่ตนสังเกตว่าหลังจากวันที่ 19 เม.ย. ที่เขาก่อเหตุนั้น ก็ไม่เห็นนายวีรพลเดินในหมู่บ้านอีกเลย ส่วนในวันเกิดเหตุก็ไม่มีใครอยู่บ้าน จึงไม่รู้ว่านายวีรพลก่อเหตุตอนไหน

นายบอยกล่าวต่อว่า ตนไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุนั้นจิตใจทำด้วยอะไรที่กล้าฆ่าหั่นศพแบบนี้ หรืออาจจะเคยก่อเหตุลักษณะเช่นนี้มาแล้วหรือไม่ถึงกระทำได้นิ่งขนาดนี้ เพราะตอนสอบสวนและทำแผนประกอบคำรับสารภาพเขาก็ดูไม่สะทกสะท้าน และตนรู้มาจากตำรวจว่าหลังจากนายวีรพลฆ่านางจำปีตาย ยังนอนกอดศพอีก 1 คืน เพราะตอนใช้มีดแทงนางจำปีก็ยังไม่ตาย แต่นายวีรพลก็ปล่อยให้เลือดไหลและปล่อยให้ตายไปเอง อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกสบายใจที่ผู้ก่อเหตุถูกจับโดยเร็ว เพราะถ้าปล่อยไว้ก็อาจจะไปก่อเหตุกับผู้อื่นอีก

keyboard_arrow_up