หนุ่มใหญ่ขับกระบะเจอไฟแนนซ์ยึดรถ นัดเคลียร์โรงพักยกไปต่อหน้า แฉเคยโดนทวงเงินถึงบ้านทั้งที่ผ่อนหมดแล้ว

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 62 มีกลุ่มคนอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ เข้ามายึดรถกระบะ ของนายเนตชัย เพียรพิทักษ์ อายุ 54 ปี เหตุเกิดที่หน้า สภ.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

นายเนตชัย เพียรพิทักษ์ เจ้าของรถกระบะ

วันที่ 6 พ.ค. 62 นายเนตชัย เพียรพิทักษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ตนพาแม่มาซื้อของที่ตลาดไท และมีคนเข้ามาเคาะกระจกรถ ซึ่งตนก็นึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตลาดมาบอกเรื่องที่จอดรถ ขณะนั้นตนลดกระจกลง มีผู้ชายเข้ามาดึงประตูรถออก และกระชากกุญแจรถของตนออกไป หลังจากเกิดเหตุขึ้น ตนก็โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อตำรวจมาถึงก็บอกว่าให้ตนไปคุยกันที่ สภ.คลองหลวง จนกระทั่งเมื่อถึงโรงพัก ทางด้านกลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นไฟแนนซ์ บอกกับตนว่าจะมายึดรถ ตามที่ทางศูนย์บอกไว้ จากนั้นก็มีรถยกมายกรถของตนออกไป

ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ก็ปล่อยให้คนที่อ้างตัวว่าเป็นไฟแนนซ์เอารถของตนไปได้ ซึ่งในรถก็มีทรัพย์สินของตนกับแม่อยู่ด้วย และรถของตนคันนี้ดาวน์มาในราคา 1.2 แสนบาท มัดจำ 5,000 บาท โดยมีสัญญาเช่าซื้อ 59 งวด ตนก็ผ่อนหมดแล้ว ซึ่งทางศูนย์รถยนต์มีโครงการผ่อนรถ ตนเองก็ได้เข้าร่วม และผ่อนรถต่อไปอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็มีบุคคลเข้ามาหาตนที่บ้าน บอกว่าตนติดค่างวดรถอยู่ 3 แสนบาท และมีค่าทวงถามอีก 6 หมื่นบาท ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

พ.ต.ท.พลัฏฐ์ เพียรพิทักษ์ พี่ชายเจ้าของรถ

พ.ต.ท.พลัฏฐ์ เพียรพิทักษ์ กล่าวว่า ตนเองเป็นพี่ชายของนายเนตชัย ซึ่งคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ถูกต้อง เพราะการยึดรถต้องมีหมายศาลมา และทางเจ้าของรถก็ไม่ยินยอม ซึ่งน้องชายตนก็จะขึ้นศาลวันที่ 27 พ.ค. 62 และตนที่เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง ในวันนี้ เพราะทางพ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง จะสอบสวนพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม

พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง

ด้าน พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่มีไฟแนนซ์เข้ามายึดรถหน้า สภ.คลองหลวง ตนเรียกหัวหน้ากลุ่มไฟแนนซ์เข้ามาเจรจากับกับเจ้าของรถ ซึ่งไม่แน่ใจว่าได้มีรถยก มายกรถออกไปตั้งแต่เมื่อใด มาจากคำสั่งหัวหน้าหรือไม่ ในส่วนการที่จะดำเนินคดีกับไฟแนนซ์หรือไม่นั้น ตนก็จะได้สอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และกำลังพิจารณาในเรื่องข้อกฎหมายอีกครั้ง

keyboard_arrow_up