กรรมติดจรวด! หนุ่มขโมยวัวผู้มีพระคุณให้ที่นาทำกินไปขาย เจอคนรับซื้อเป็นน้องชายเหยื่อ แจ้ง ตร.จับทันควัน

วันที่ 3 พ.ค. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้จับกุมตัวนายสิทธิชัย สอนพิน อายุ 29 ปี ชาว ต.ตาคี จ.นครสวรรค์ หลังจากนายดิลก  ดินประโคน อายุ 71 ปี ชาวบ้าน ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย ได้เข้าแจ้งความว่าถูกนายสิทธิชัยขโมยวัวเพศเมียที่เลี้ยงไว้ภายในสวนไปตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. จากนั้นได้นำไปติดต่อขายให้กับพ่อค้ารับซื้อวัวควาย แต่เหมือนกรรมติดจรวด เพราะพ่อค้าที่นายสิทธิชัยติดต่อจะขายวัวให้ คือนายสุทัน   ดินประโคน เป็นน้องชายของผู้เสียหายเอง โดยผู้ต้องหาไม่รู้มาก่อน ซึ่งนายสุทันก็จำตำหนิรูปพรรณวัวของพี่ชายได้ จึงโทรศัพท์ไปบอกพี่ชายว่ามีคนนำวัวมาขายให้  พี่ชายจึงบอกให้รับซื้อไว้ก่อนแล้วถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน น้องชายผู้เสียหายจึงได้รับซื้อไว้ในราคา 9,000 บาท  เมื่อพี่ชายเดินทางมาดูก็ยืนยันว่าเป็นวัวของตนเองที่หายไปจริง

วัวที่ถูกขโมย

โดยนายดิลก ดินประโคน ผู้เสียหาย บอกว่า นายสิทธิชัย ผู้ต้องหาเป็นคนต่างถิ่นมาจาก จ.นครสวรรค์ มามีครอบครัวอยู่ที่ อ.ประโคนชัย เคยมาขอเช่าที่นาของตนเองเพื่อทำนา แต่ตนก็ไม่ได้เก็บค่าเช่า แต่ให้ช่วยกันทำนาแล้วแบ่งข้าวกัน เพราะเห็นว่าไม่มีงานทำ แต่ไม่คิดว่านายสุทธิชัยจะมาทำแบบนี้กับผู้มีพระคุณ ด้วยการก่อเหตุลักขโมยวัวของตนได้ลงคอ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ขอไกล่เกลี่ยพูดคุยด้วยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะขโมยวัวแล้ว ที่ผ่านมาหมูที่เลี้ยงไว้ก็หายไปหลายครั้ง เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของนายสิทธิที่ขโมยไปขายเช่นกัน ที่ผ่านมาก็ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบไปแล้ว 3  คดี  ครั้งแรกลูกหมูพร้อมแม่หมูได้หายไปจากเล้าจำนวน 3 ตัว  และวัวได้หายไปจากคอกครั้งละ 1  ตัว 2 ครั้ง จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อจะได้ไม่ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก

นายดิลก ดินประโคน ผู้เสียหาย

จากการสอบสวนนายสิทธิชัย  เบื้องต้นอ้างว่า ได้รับซื้อวัวตัวดังกล่าวมาจากคนอื่นในราคา 8,000 บาท  จึงได้นำมาขายต่อเพื่อเอากำไรเท่านั้น โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นวัวที่ขโมยมา ส่วนหมูขโมยไปแค่ตัวเดียว อีก 2 ตัวไม่ได้เอาไป แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะนายสิทธิชัยไม่สามารถนำพยานที่อ้างว่านำวัวมาขายให้ในตอนแรกมายืนยันได้  จึงได้นำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวส่งให้ ร.ต.อ.ฐกร เสรีวรยศ   พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ผู้มีอาชีพกสิกรรม” ส่วนประเด็นอื่นจะได้สืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง หากพบมีการกระทำผิดก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาชี้จุดเกิดเหตุ
keyboard_arrow_up