สาวใจเด็ดเล่านาทีขับไล่กระบะชนหนี – เจ้าของรถรับแทนลูกน้อง เผ่นเพราะใบขับขี่หมดอายุ (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปกล้องหน้ารถ รถยนต์เก๋งขับไล่รถกระบะ หลังเกิดอุบัติเหตุ แต่กระบะขับหลบหนี ซึ่งฝ่ายเก๋งพยายามตามจนปาดรถตัดหน้า ซึ่งฝ่ายกระบะก็ขับหลบหนี จนไปถอยชนรถประชาชนที่ใช้ถนนขณะนั้นและหลบหนีหายไป

ภาพจากคลิปเหตุการณ์

วันที่ 1 พ.ค.62 น.ส.บัว (นามสมมติ) เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ (29 เม.ย.) ตนเองขับรถมุ่งหน้าไปเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ปรากฏว่าช่วงที่ตนขับรถอยู่บริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรมอยู่เลนขวาสุด คู่กรณีอยู่ซ้ายสุด ถนนช่วงนั้นมี 3 เลน ตนตัดสินใจเปลี่ยนเลนมาอยู่เลนกลาง ซึ่งอาจเป็นจังหวะเดียวกับคู่กรณีที่จะเปลี่ยนเลนเช่นกัน ซึ่งตนยืนยันว่าเปิดไฟเลี้ยวขอทางแล้ว จนกระทั่งเมื่อตนเข้าเลนกลาง รถของคู่กรณีได้ชนเข้าที่ท้ายรถด้านซ้ายของตน เมื่อรู้ว่าเกิดอุบัติเหตุ จึงเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อลงไปพูดคุยเจรจากับคู่กรณี

น.ส.บัว ผู้เสียหาย

เมื่อตนลงไป จึงได้ถามกับคู่กรณีว่าขับรถอย่างไร แต่ถูกคู่กรณีถามกลับมาว่าจะทำไม จากนั้นตนจึงเดินกลับไปที่รถ และหยิบเอกสารกับโทรศัพท์ เพื่อโทรศัพท์เรียกประกันภัย จังหวะนั้นคู่กรณีได้มีการเร่งเครื่องและขับรถหลบหนีออกไปทันที อีกทั้งรถของคู่กรณียังมีการขับเฉี่ยวโดนสีข้างรถตน จนทำให้เกิดเป็นรอยยาวอีกรอบ จึงทำให้ตนตัดสินใจขับรถตาม พร้อมกับโทรศัพท์แจ้ง 191 ไปด้วย ซึ่งตนยอมรับว่า ณ ตอนนั้น ตนไม่แน่ใจว่า กล้องหน้ารถยนต์สามารถจับภาพได้หรือไม่ เนื่องจากไม่เคยใช้งานกล้องตั้งแต่ซื้อรถยนต์มา จึงพยายามขับตามเพื่อจดแผ่นป้ายทะเบียน

จากนั้นเมื่อถึงบริเวณหน้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ตนจึงตัดสินใจปาดหน้ารถคู่กรณีเพื่อให้จอด โดยการเปิดกระจกและตะโกนให้คู่กรณีจอด ซึ่งเขาก็เปิดกระจกและเห็นตนตะโกนบอกให้เขาจอด แต่เขาก็ไม่ได้จอดแต่อย่างใด อีกทั้งคู่กรณีตะโกนด้วยน้ำเสียงที่โกรธกลับมาด้วยว่า “รอบนี้มึงจอดให้กูชนเองนะ” ซึ่งตนยอมรับว่าตกใจ และทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งคู่กรณีตัดสินใจถอยรถ เพื่อขับรถหลบหนีอีกครั้ง และได้ถอยรถไปชนรถยนต์ของประชาชนที่ขับรถบนท้องถนนอีก 1 คัน ซึ่งตนเองพยายามขับตามอีกรอบ แต่ตามไม่ทัน จึงเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

สภาพรถหลังถูกชน

เบื้องต้น คู่กรณีที่เป็นเจ้าของรถได้ติดต่อตนมาแล้ว บอกจะรับผิดชอบ แต่ยังไม่มีการนัดเจรจากัน ซึ่งตนก็ยังไม่ทราบว่าสุดท้ายจะเคลียร์กันจบอย่างไร ตนยอมรับว่า ช่วงเกิดเหตุคู่กรณีไม่มีแม้แต่จะขอโทษตน จึงทำให้ตนตัดสินใจโพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก เนื่องจากอยากตามคู่กรณีมารับผิดชอบ และอยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนอื่น ว่าเรื่องการติดกล้องหน้ารถค่อนข้างสำคัญ

ทีมข่าวโทรศัพท์สอบถามเจ้าของรถ ให้ข้อมูลว่า รถคันเกิดเรื่องเป็นรถของตนจริง แต่วันเกิดเหตุตนไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ เนื่องจากรถคันดังกล่าวจะใช้ในการทำงานของบริษัท โดยมีลูกจ้างเป็นคนขับ ส่วนตัวมาทราบเรื่องเย็นวานนี้ (30 เม.ย.) หลังจากมีเรื่องถูกแชร์ออกไป ตนเองและคนขับได้เดินทางเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการรอนัดหมายคู่กรณีทั้ง 2 คันเข้ามาพูดคุย

ส่วนสาเหตุที่ลูกจ้างตนขับขี่รถหนีหลังมีการเฉี่ยวชน ตนสอบถามทราบว่าผู้ขับขี่กลัวความผิด เนื่องจากใบอนุญาตขับขี่หมดอายุ จึงกลัวว่าจะเรียกประกันไม่ได้ แต่ตนสอบถามเจ้าหน้าที่ประกันแล้ว ยืนยันสามารถใช้ประกันได้ และตนก็พร้อมรับผิดชอบ หากเจรจาแล้วตนเป็นฝ่ายผิดจริง

keyboard_arrow_up