ยายสะอื้นไห้ หลานออทิสติก 8 ขวบถูกรั้วไฟฟ้าช็อตตาย ชาวบ้านงง อยู่เป็นปีไม่รู้มีกระแสไฟ (คลิป)

วันที่ 24 เม.ย. 62 ความคืบหน้ากรณี ด.ช.ปฏิภาณ หรือ น้องต้นไผ่ อายุ 8 ขวบ ซึ่งป่วยออทิสติก เคราะห์ร้ายถูกรั้วไฟฟ้าเพื่อนบ้านล้อมป้องกันวัวควายช็อตเสียชีวิต ในพื้นที่ ม.2 ต.อีสานเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

บริเวณจุดเกิดเหตุ
ลักษณะเด็กที่พบในที่เกิดเหตุ

ล่าสุดญาติได้จัดงานศพของน้องต้นไผ่ ซึ่งบรรยากาศต่างเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ โดยเฉพาะนางญวน ฉิมชาติ อายุ 64 ปี ผู้เป็นยายที่เลี้ยงดู  ยังทำใจไม่ได้ ที่ต้องสูญเสียหลานชายอันเป็นที่รักไปกับเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

บรรยากาศงานศพของน้องต้นไผ่

โดยนางญวน บอกว่า ตนเลี้ยง ด.ช.ปฏิภาณ มาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพ่อแม่ของน้องแยกทางกัน ปัจจุบันแม่ของน้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อจะส่งเงินมาให้เลี้ยงน้อง เพราะตากับยายไม่มีรายได้อะไร  ซึ่งหลานเป็นเด็กออทิสติก สมาธิสั้น ไม่ชอบอยู่นิ่ง ตนจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ปกติตอนเช้าจะยังไม่เปิดประตูให้หลานออกนอกบ้าน เพราะต้องทำกับข้าวเสร็จก่อน  เนื่องจากเกรงว่าหลานจะไปเล่นไกลบ้าน  แต่เมื่อเช้าก่อนเกิดเหตุตนเผลอไปเปิดประตูไว้ ก่อนเข้าไปหุงข้าว ทำกับข้าว ผ่านไปประมาณ 15 นาที  ก็มีคนมาตะโกนบอกว่าหลานถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตแล้ว ตนก็เข่าอ่อนทำอะไรไม่ถูก  คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น เพราะหลานไม่เคยไปเล่นที่ไร่มันสำปะหลังดังกล่าวมาก่อนเลย

นางญวน ฉิมชาติ ยายเด็กที่เสียชีวิต

นางญวนยอมรับว่า ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ารั้วที่เพื่อนบ้านทำล้อมกันวัวควายนั้น จะมีกระแสไฟฟ้าด้วย กระทั่งมาเกิดเหตุสลดขึ้นกับหลานตนเองถึงได้รู้  ส่วนเรื่องคดีก็ต้องรอแม่ของหลานกลับมาก่อน

ภาพจำลองเหตุการณ์

ด้านนางสิริพร เหลือถนอม อายุ 61 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน บอกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ารั้วที่ชาวบ้านล้อมไว้ป้องกันวัวควายเข้าไปกิน หรือเหยียบย่ำพืชไร่ จะมีกระแสไฟฟ้าด้วย เพิ่งมารู้ก็ตอนที่น้องถูกไฟช็อตเสียชีวิต ก็รู้สึกใจหาย เพราะตนเองก็มีหลานเล็ก ๆ ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรจะทำรั้วที่มีกระแสไฟฟ้าไปล้อมกันวัวควาย เพราะจะเกิดอันตรายกับคนอื่น โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่จะวิ่งเล่นไปทั่ว ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก  เพราะกลัวจะเกิดความสูญเสียขึ้นซ้ำ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเจ้าของไร่มันสำปะหลัง ในข้อหา “ทำร้ายผู้อื่น ปล่อยกระแสไฟฟ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”

keyboard_arrow_up