สุดสลด! ยาย 80 ป่วยอัมพฤกษ์ มองลูกตายต่อหน้า 3 วัน กลิ่นเน่าฟ้องข้างบ้าน – หมอเร่งเยียวยาใจ (คลิป)

จากกรณีที่เพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นเน่าอย่างหนัก โชยออกมาจากบ้านหลังหนึ่งใน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงชะโงกดูบริเวณหน้าต่างชั้นล่างของบ้านเห็นเปิดอยู่จึงแน่ใจว่าน่าจะมีคนอยู่ภายในบ้าน ก่อนจะกดออดและแจ้งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาช่วยตรวจสอบ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่พบ 2 แม่ลูก อยู่ตามลำพังในห้องนั่งเล่นชั้นล่างของบ้าน ซึ่งลูกสาว ทราบชื่อคือ น.ส.จันทร์จิรา อุปรี อายุ 44 ปี เสียชีวิตแล้ว อยู่ในสภาพเน่าส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่วนนางสุดใจ อุปรี แม่อายุ 80 ปี ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตตะเกียกตะกายอยู่กับพื้น เฝ้าร่างของลูกที่เสียชีวิต

บ้านที่เกิดเหตุ

ที่โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายแพทย์สาธิต ตั้งประเสริฐ แพทย์ผู้ดูแลนางสุดใจ เปิดเผยว่า ขณะนี้อาการของนางสุดใจเริ่มดีขึ้น ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพร่างกายตรวจพบติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ส่วนการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือไม่นั้นต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการ

น.ส.จันทร์จิรา อุปรี ผู้เสียชีวิต

นายจิโรจน์ อุปรี พี่ชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตัวเองต้องทำงานต่างจังหวัด น้องสาวจึงเป็นผู้ดูแลแม่ แพทย์สันนิษฐานว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

นายจิโรจน์ อุปรี พี่ชายผู้เสียชีวิต

ด้านนายสิริวัฒน์ เครือวัลย์ อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านหลังติดกัน เล่าว่า ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ตนเองและภรรยาได้กลิ่นเหม็นเน่าออกมาติดต่อกันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 20 เม.ย. กระทั่งวันที่ 21 เม.ย. ได้กลิ่นเหม็นเน่าอย่างมากจนทนไม่ไหว จึงไปชะโงกดูบริเวณหน้าต่างที่ริมรั้วติดกัน เห็นไฟจากแสงโทรทัศน์สะท้อนออกมาจากทางหน้าต่างชั้นล่างของบ้าน ก่อนจะเห็นนางสุดใจโบกมือขอความช่วยเหลือ

จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มางัดบ้าน พบสภาพนางสุดใจมีร่างกายอ่อนแรงอย่างมาก คาดว่าจะเหนื่อยอ่อน เนื่องจากไม่ได้กินอาหารมาแล้ว 2-3 วัน ก่อนหน้านี้ตนคิดว่าพี่ชายของผู้เสียชีวิตมารับไปเที่ยวสงกรานต์ที่ต่างจังหวัด จึงไม่ได้เอะใจว่าหายไปไหน

นายสิริวัฒน์ เครือวัลย์ เพื่อนบ้าน

นายศิริวัฒน์ บอกว่า ตนมีความสนิทสนมกับนางสุดใจและลูกสาวมากว่า 10 ปี เพราะว่าย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสองคนนิสัยใจคอดี โดยเฉพาะนางสุดใจที่ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็ชื่นชอบ เพราะอัธยาศัยดี ชอบแบ่งปันข้าวของให้เพื่อนบ้านอยู่ตลอด ส่วนลูกสาวก็ดูแลแม่อย่างดี ทุกเช้าและเย็นจะปั่นจักรยานไปซื้อกับข้าวมาให้แม่กิน เมื่อรู้ข่าวก็รู้สึกสงสาร เสียใจ แต่ภรรยาของตนค่อนข้างกลัวพอสมควร ทำให้วันนี้ช่วงค่ำนี้ ตนซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ ต้องขับรถเข้าบ้านมาเปิดไฟไว้ให้ภรรยาที่กำลังจะกลับมาจากที่ทำงาน เพราะภรรยาบอกว่าไม่กล้าเข้าบ้าน

keyboard_arrow_up