อธิบดีราชทัณฑ์ลงดาบสั่งย้าย ผบ.คุกศรีสะเกษและหัวหน้า ปล่อยผู้ต้องขังถูกซ้อมตาย ตั้งสอบหัวหน้าเวร-ผู้คุม

จากกรณีนายพรหมปัญญา เกษหอม อายุ 40 ปี ถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 62 ในเขตพื้นที่ สภ.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อมาวันที่ 15 เม.ย. 62 ได้ถูกส่งตัวไปศาลจังหวัดศรีสะเกษ โดยศาลสั่งปรับข้อหาเมาแล้วขับ 6,000 บาท แต่ทางครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินเสียค่าปรับ จึงติดคุกแทนค่าปรับ ต่อมาเช้าวันที่ 18 เม.ย. 62 ได้รับแจ้งจาก สภ.ปรือใหญ่ ว่านายพรหมปัญญา มีอาการหอบ ขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำศรีสะเกษ และเสียชีวิตแล้ว

เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ

ขณะที่นายสมบูรณ์ พุทธชาติ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ ชี้แจงว่า ผู้ต้องกักขังคลุ้มคลั่ง มีร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย ที่เกิดจากการใช้เครื่องพันธนาการ และลื่นล้มเอง ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า จากประสบการณ์ประเมินเหตุการณ์ไม่ใช่การลื่นล้มด้วยตัวเองแน่นอน แต่เป็นการถูกทำร้าย (อ่าน : ผบ.คุกศรีสะเกษมีหนาว! แจงเหตุผู้ต้องขังเมาคลั่งลื่นล้มตาย แต่อธิบดีลุยสอบ ชี้โดนซ้อม)

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ (ซ้าย) คุยกับเจ้าหน้าที่

ล่าสุด วันที่ 22 เม.ย. 62 ที่สถานกักขังชั่วคราว จ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้มารับตัวผู้ต้องกักขังที่พ้นโทษแล้ว จำนวน 4 คน ออกจากสถานกักขัง ไปทำการสอบสวนที่สภ.เมืองศรีสะเกษ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายพรหมปัญญา ซึ่งพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มีความเห็นว่านายพรหมปัญญาถูกรุมทำร้ายร่างกายจนทำให้เสียชีวิต โดยนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในห้องกักขัง คืนวันที่ 17 เม.ย. 62 ที่เกิดเหตุ ไปตรวจสอบ ขณะเดียวกันภายในบริเวณสถานกักขัง มีบรรดาญาติของผู้ต้องกักขังจำนวนหนึ่งพากันมาขอเยี่ยมผู้ต้องขังเนื่องจากว่าขณะนี้สภาพอากาศร้อนจัด และมีข่าวการทำร้ายร่างกายกันด้วย

นายสมบูรณ์ พุทธชาติ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ
นายใจ ชนะกุล หัวหน้าสถานกักขังจังหวัดศรีสะเกษ

ขณะที่เรือนจำ จ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ห่างกันประมาณ 300 เมตร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มีคำสั่งด่วนสั่งย้ายนายสมบูรณ์ พุทธชาติ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ และนายใจ ชนะกุล หัวหน้าสถานกักขัง จ.ศรีสะเกษ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำที่กรมราชทัณฑ์ โดยให้รายงานตัวภายในวันที่ 23 เม.ย. 62 และได้มีการสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง สั่งสอบสวนเจ้าหน้าที่สถานกักขัง จำนวน 2 นาย คือหัวหน้าเวร และผู้คุมเวรประจำ คืนวันเกิดเหตุ เพื่อสอบสวนว่าเพราะเหตุใดจึงปล่อยปละละเลยให้มีการทำร้ายร่างกายกันจนทำให้ผู้ต้องกักขังเสียชีวิต

 

keyboard_arrow_up